อุตรดิตถ์ เมืองท่าแห่งทิศเหนือ ดินแดนลับแลและทุเรียนหลงชื่อก้องโลก
อุตรดิตถ์เป็นชื่อที่มีความหมายตรงไปตรงมา คือ "เมืองท่าแห่งทิศเหนือ" แต่ความจริงของจังหวัดนี้กลับลึกและหลากหลายกว่าชื่อมากนัก ที่นี่คือดินแดนที่มีทั้งตำนานปรัมปราของเมืองลับแลอันลึกลับ วีรกรรมของนักรบผู้ยิ่งใหญ่อย่างพระยาพิชัยดาบหัก เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมืองที่นักชิมทั่วโลกต่างยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทุเรียนที่อร่อยที่สุดในโลก
อุตรดิตถ์ตั้งอยู่บนลุ่มแม่น้ำน่านในภาคเหนือตอนล่าง มีอาณาเขตติดต่อกับแพร่ พิษณุโลก สุโขทัย น่าน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภูมิประเทศทางตะวันออกเป็นป่าเขาสลับซับซ้อน ส่วนทางตะวันตกเป็นที่ราบลุ่มที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้จังหวัดนี้มีทั้งความงามแบบธรรมชาติอันบริสุทธิ์และผืนดินที่หล่อเลี้ยงผลไม้รสเลิศมานับร้อยปี
ใครที่เคยผ่านอุตรดิตถ์ไปโดยไม่ได้แวะ อาจพลาดสิ่งที่หาไม่ได้จากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนหลงลับแลที่เนื้อสีเหลืองอ่อนไม่มีเสี้ยน ดอกหงอนนาคสีม่วงที่บานเต็มลานสนบนยอดภูสอยดาวช่วงสิงหาคม หรือบรรยากาศของเมืองท่าเก่าริมแม่น้ำน่านที่ยังคงกลิ่นอายประวัติศาสตร์เอาไว้อย่างงดงาม
ประวัติและความเป็นมา: จากบางโพท่าอิฐสู่เมืองท่าแห่งเหนือ
ก่อนจะมาเป็นจังหวัดอุตรดิตถ์ในปัจจุบัน ดินแดนแห่งนี้เคยเรียกว่า บางโพท่าอิฐ ซึ่งเป็นชุมชนท่าเรือที่สำคัญริมฝั่งแม่น้ำน่านมาตั้งแต่สมัยโบราณ หลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในพื้นที่นี้ย้อนกลับไปได้ก่อน พ.ศ. 1000 ดังที่พบภาพเขียนสีโบราณบนหน้าผาเขาตาพรหม และกลองมโหระทึกทองสัมฤทธิ์ในอำเภอทองแสนขัน บ่งชี้ว่าผู้คนอาศัยอยู่ที่นี่มาอย่างยาวนาน
ชื่อ อุตรดิตถ์ ซึ่งมาจากภาษาสันสกฤตว่า "อุตร" (ทิศเหนือ) และ "ดิตถ์" (ท่าน้ำ) ได้รับการพระราชทานในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อสื่อถึงความสำคัญของเมืองท่าแห่งนี้ในฐานะประตูสู่ภาคเหนือตอนบน จังหวัดได้รับการยกฐานะอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2476 และยังคงรักษาเอกลักษณ์ประวัติศาสตร์ไว้ผ่านสถานที่สำคัญ เช่น สะพานปรมินทร์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาประกอบพระราชพิธีเปิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2452 สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำน่านแห่งนี้นับเป็นสะพานรถไฟที่ใหญ่ที่สุดของทางรถไฟสายเหนือในยุคนั้น
สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไป: จากเขื่อนยักษ์ถึงยอดดอยดาว
เขื่อนสิริกิติ์ในอำเภอท่าปลาถือเป็นแลนด์มาร์กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด เป็นเขื่อนดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทอดยาวขวางแม่น้ำน่านอย่างสง่างาม ทะเลสาบหลังเขื่อนกว้างขวางจนเหมือนทะเลสาบขนาดย่อมที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือชมวิวและพักแรมในรีสอร์ทริมน้ำบรรยากาศสงบ
ในทางตรงกันข้ามกับความยิ่งใหญ่ของเขื่อน อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวในอำเภอน้ำปาดนำเสนอความงามแบบป่าดงดิบบนยอดดอยสูง ภูสอยดาวมีความสูงถึง 2,102 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จัดอยู่ในกลุ่มภูเขาสูงอันดับต้นของประเทศไทย ทุกช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ลานสนสามใบกว่า 1,000 ไร่บนยอดดอยจะเนืองแน่นไปด้วยดอกหงอนนาคสีม่วงอมน้ำเงินบานเต็มพื้น เป็นภาพที่นักธรรมชาติวิทยาและช่างภาพต่างพากันเดินทางมาเพื่อสัมผัสโดยเฉพาะ
วัดพระแท่นศิลาอาสน์ในอำเภอเมืองเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของอุตรดิตถ์มาแต่โบราณ ภาพของพระแท่นศิลาอาสน์ปรากฏอยู่ในตราประจำจังหวัดด้วย เชื่อกันว่าพระแท่นหินศิลาแลงแห่งนี้คือบัลลังก์ที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับเมื่อครั้งเผยแผ่พระศาสนาในดินแดนสุวรรณภูมิ ความเชื่อนี้ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาสักการะอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ยังมีบ่อเหล็กน้ำพี้ในอำเภอทองแสนขัน แหล่งแร่เหล็กกล้าที่ถูกนำมาหลอมเป็นพระแสงดาบของกษัตริย์มาตั้งแต่สมัยอยุธยา
ตำนานลับแลและวีรบุรุษดาบหัก: สองเรื่องเล่าที่อุตรดิตถ์ภาคภูมิ
อำเภอลับแลเป็นชื่อที่ฟังดูลึกลับในตัวเอง และความลึกลับนั้นก็มีรากฐานมาจากตำนานปากต่อปากที่เล่ากันมาหลายชั่วอายุคน ว่าในอดีตเมืองลับแลเป็นดินแดนของผู้หญิงล้วนที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าเขา ผู้ชายที่หลงเข้าไปในหมู่บ้านจะไม่สามารถหาทางออกได้ หรือบางเวอร์ชันก็ว่าเมืองนี้เป็นที่อยู่ของนางฟ้าที่ลงมาอาศัยในโลกมนุษย์ ตำนานยังเล่าต่อกันว่า ลับแลเป็น "เมืองที่ห้ามพูดโกหก" เพราะใครโกหกในเมืองนี้จะต้องพบกับเรื่องร้ายแรง แม้ปัจจุบันอำเภอลับแลจะเป็นชุมชนเกษตรกรรมที่เต็มไปด้วยสวนผลไม้ แต่ตำนานเหล่านี้ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่ชาวบ้านรักษาไว้อย่างภาคภูมิ
คู่ขนานกับตำนานลับแล อุตรดิตถ์ยังเป็นบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก วีรบุรุษผู้กล้าหาญในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตำนานเล่าว่าท่านสู้รบกับข้าศึกจนดาบหักสองเล่มก็ยังไม่ยอมถอย อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหักยืนตระหง่านอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความรักชาติที่ชาวอุตรดิตถ์ยึดถือมาทุกยุคทุกสมัย
ทุเรียนหลง-หลินลับแลและของดีประจำจังหวัด
ถ้าพูดถึงอุตรดิตถ์โดยไม่กล่าวถึงทุเรียนหลงลับแล ก็เหมือนพูดถึงเชียงใหม่โดยไม่กล่าวถึงดอยสุเทพ ทุเรียนหลงและหลินลับแลเป็นสายพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมของอำเภอลับแล มีเอกลักษณ์ที่ทำให้แตกต่างจากทุเรียนทั่วไปชัดเจน คือเนื้อสีเหลืองอ่อนอมครีม เนียนนุ่มไม่มีเสี้ยน กลิ่นอ่อนแต่รสหวานลึก และผลมีขนาดเล็กอยู่ในช่วง 1 ถึง 2 กิโลกรัม ทุเรียนหลงจะออกผลประมาณเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมของทุกปี ซึ่งจังหวัดจะจัดเทศกาลทุเรียนหลง-หลินลับแลขึ้นที่ตลาดกลางผลไม้เทศบาลตำบลหัวดง อำเภอลับแล ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาชิมและซื้อผลไม้สดในราคาสวน
นอกจากทุเรียนแล้ว อุตรดิตถ์ยังขึ้นชื่อในเรื่องลางสาดและลองกองอินทรีย์ที่ปลูกในระบบวนเกษตรดั้งเดิม ซึ่งชาวบ้านอนุรักษ์ไว้ในผืนป่าสวนผสมมาหลายชั่วอายุคน สำหรับอาหารท้องถิ่น อุตรดิตถ์มีข้าวแคบ ขนมพื้นเมืองรสอ่อนหวานที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว และข้าวพันผัก ซึ่งเป็นอาหารว่างพื้นถิ่นที่หากินได้ในตลาดเช้าของชุมชนเท่านั้น ของฝากยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกลับบ้านยังรวมถึงลางสาดอบแห้งและทุเรียนกวนสูตรโบราณอีกด้วย
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้ก่อนออกเดินทาง
อุตรดิตถ์มีเสน่ห์ที่ต่างกันออกไปในแต่ละช่วงปี สำหรับคนที่อยากพิชิตภูสอยดาวและชมดอกหงอนนาค ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุด อากาศหนาวเย็นบนยอดดอยและทุ่งดอกสีม่วงจะทำให้การเดินทางนั้นคุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อ แต่ควรจองที่พักล่วงหน้าเพราะที่พักในละแวกอุทยานมีจำกัด หากอยากชิมทุเรียนหลงสดจากสวน ต้องมาช่วงมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคม และลงทะเบียนกับสวนท้องถิ่นอำเภอลับแลหากต้องการทัวร์ชมสวน
การเดินทางสะดวกทั้งทางรถไฟและรถยนต์ รถไฟสายเหนือจากกรุงเทพฯ แวะสถานีอุตรดิตถ์ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง หรือจะขับรถจากพิษณุโลกก็ใช้เวลาราว 1.5 ถึง 2 ชั่วโมงผ่านทางหลวงหมายเลข 11 นักเดินทางที่มีเวลาแนะนำให้จัดทริปอย่างน้อย 2 คืนเพื่อให้ครบทั้งอำเภอเมือง อำเภอลับแล และอำเภอน้ำปาดที่เป็นประตูสู่ภูสอยดาว อุตรดิตถ์เป็นจังหวัดที่ยังไม่ถูก overtourism แบบเชียงใหม่หรือน่าน ซึ่งหมายความว่าผู้ที่มาเยือนจะได้สัมผัสกับความแท้จริงของวิถีชีวิตภาคเหนือในแบบที่หาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคนี้
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ทุเรียนหลง-หลินลับแล คือสายพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองของอำเภอลับแล เนื้อสีเหลืองอ่อน ไม่มีเสี้ยน กลิ่นอ่อน หนักเพียง 1-2 กก. ออกผลช่วงมิถุนายน-กรกฎาคม
- เขื่อนสิริกิติ์ในอำเภอท่าปลาคือเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กั้นแม่น้ำน่านเพื่อการชลประทานและผลิตกระแสไฟฟ้า
- อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวมีความสูง 2,102 เมตร ลานสนสามใบกว่า 1,000 ไร่บนยอดดอยจะเนืองแน่นด้วยดอกหงอนนาคสีม่วงในเดือนสิงหาคม-กันยายน
- พระแท่นศิลาอาสน์ที่วัดพระแท่นศิลาอาสน์ปรากฏอยู่ในตราประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ เชื่อว่าเป็นบัลลังก์ที่พระพุทธเจ้าเคยประทับเมื่อครั้งเผยแผ่พระศาสนาในดินแดนสุวรรณภูมิ
- บ่อเหล็กน้ำพี้ในอำเภอทองแสนขันเป็นแหล่งแร่เหล็กกล้าโบราณที่นำมาหลอมเป็นพระแสงดาบสำหรับกษัตริย์ตั้งแต่สมัยอยุธยา
- อุตรดิตถ์เป็นบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก วีรบุรุษในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้สู้รบจนดาบหักสองเล่มก็ยังไม่ยอมถอย
