เชียงราย: เมืองเหนือสุดในสยาม ดินแดนล้านนาแห่งวัดศิลป์ ทะเลหมอก และไร่ชา
เชียงรายคือจังหวัดเหนือสุดของประเทศไทย เป็นด่านหน้าที่พรมแดนไทยไปบรรจบกับลาวและเมียนมาในจุดที่เรียกว่า "สามเหลี่ยมทองคำ" ที่นี่อากาศเย็นเกือบทั้งปี ภูเขาสลับซับซ้อนห่มด้วยไร่ชาเขียวขจี และในเช้าฤดูหนาวทะเลหมอกจะลอยเอ่อเต็มหุบเขาจนแทบมองไม่เห็นพื้นดิน เสน่ห์ของเชียงรายไม่ได้อยู่ที่ความเร่งรีบแบบเมืองใหญ่ แต่อยู่ที่จังหวะชีวิตช้าๆ กลิ่นอายล้านนาที่ยังหายใจอยู่จริง และงานศิลปะร่วมสมัยที่ผุดขึ้นกลางทุ่งจนกลายเป็นหมุดหมายระดับโลก
เมืองนี้มีอายุกว่า 700 ปี ถือกำเนิดจากพญามังราย (พ่อขุนเม็งราย) ปฐมกษัตริย์ผู้รวบรวมบ้านเล็กเมืองน้อยขึ้นเป็นอาณาจักรล้านนา เชียงรายจึงเป็นเมืองแรกก่อนที่ราชธานีจะย้ายไปเชียงใหม่ ร่องรอยของประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ทั้งในชื่อถนน วัดวาอาราม และวิถีของผู้คนที่ผสมผสานหลากชาติพันธุ์ ทั้งไทยวน ไทลื้อ อาข่า ลาหู่ ลีซู และจีนยูนนานบนดอยแม่สลอง
ในหนึ่งทริป นักเดินทางสามารถไหว้พระในวิหารสีขาวราวเมืองสวรรค์ตอนเช้า จิบชาอูหลงกลางไร่ตอนบ่าย และเฝ้าดูพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้าในเช้าวันรุ่งขึ้น เชียงรายคือจังหวัดที่ให้ทั้งศรัทธา ศิลปะ ธรรมชาติ และรสชาติของอาหารเหนือแท้ๆ ในที่เดียว
ประวัติ: เมืองแรกของล้านนา ที่พญามังรายสร้างไว้
เชียงรายก่อตั้งขึ้นราว พ.ศ. 1805 โดยพญามังราย หรือที่คนทั่วไปคุ้นในนาม "พ่อขุนเม็งราย" ตำนานเล่าว่าพระองค์ทรงไล่ตามช้างทรงที่หายไปจนมาพบทำเลริมแม่น้ำกกบนดอยทอง เห็นว่าเป็นชัยภูมิดี จึงสถาปนาเมืองขึ้นและตั้งชื่อตามพระนามว่า "เชียงราย" อันแปลว่าเมืองของพญามังราย
พญามังรายเป็นกษัตริย์ที่รวบรวมแว่นแคว้นทางเหนือให้เป็นปึกแผ่นจนเกิดเป็นอาณาจักรล้านนา ก่อนจะขยายอำนาจลงใต้และสถาปนาเชียงใหม่เป็นราชธานีในเวลาต่อมา เชียงรายจึงมีฐานะเป็นเมืองต้นกำเนิดของล้านนาอย่างแท้จริง
ใจกลางเมืองยังมีอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ที่ห้าแยกพ่อขุน เป็นพระรูปหล่อสัมฤทธิ์ทรงเครื่องกษัตริย์ล้านนาโบราณ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2507 เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมือง และทุกปีจะมีงาน "ตานหาพญามังราย" เพื่อรำลึกถึงพระองค์
วัดศิลป์และงานสร้างสรรค์ที่ทำให้เชียงรายดังไกล
จุดที่ทำให้เชียงรายโดดเด่นไม่เหมือนใครคือวัดและงานศิลปะร่วมสมัย เริ่มจาก "วัดร่องขุ่น" ผลงานของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ที่เริ่มลงมือสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2540 เป็นพระอุโบสถสีขาวบริสุทธิ์ประดับกระจกแวววาว เปรียบเสมือน "เมืองแก้ว" สื่อถึงความบริสุทธิ์ของพระพุทธศาสนา จนกลายเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเห็นสักครั้ง
ไม่ไกลกันคือ "วัดร่องเสือเต้น" ที่ตำบลริมกก โดดเด่นด้วยพระวิหารสีน้ำเงินครามตัดทอง ผลงานของสล่านก (พุทธา กาบแก้ว) ศิลปินท้องถิ่นที่เคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์เฉลิมชัย สีน้ำเงินเรืองแสงในวิหารหลังนี้กลายเป็นภาพจำอีกหนึ่งของเชียงราย
อีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือ "บ้านดำ" หรือพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ที่ตำบลนางแล สร้างโดยอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติอีกท่าน เป็นกลุ่มเรือนไม้ล้านนาทาสีดำทั้งหมด ภายในจัดแสดงไม้แกะสลัก เขาสัตว์ และงานสะสมที่สะท้อนปรัชญาชีวิตและความตาย ขาว-ดำ-น้ำเงินของสามสถานที่นี้จึงกลายเป็นไตรภาคีศิลปะที่นิยามตัวตนของเชียงรายยุคใหม่
ธรรมชาติบนดอยสูง: ดอยตุง ภูชี้ฟ้า และสามเหลี่ยมทองคำ
เชียงรายเป็นเมืองแห่งขุนเขา จุดหมายยอดนิยมคือ "ดอยตุง" ที่ตั้งของพระตำหนักดอยตุง ตำหนักของสมเด็จย่า ออกแบบผสมผสานศิลปะล้านนากับชาเลต์สวิตเซอร์แลนด์ และมีสวนแม่ฟ้าหลวงที่จัดดอกไม้เมืองหนาวงดงามตลอดปี ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุงที่พลิกพื้นที่ปลูกฝิ่นในอดีตให้กลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟ ชา และแมคคาเดเมียที่มีชื่อเสียง
สำหรับคนรักทะเลหมอก "ภูชี้ฟ้า" คือหมุดหมายในตำนาน ยอดผาที่ยื่นชี้ออกไปเหนือหุบเขา ในเช้าฤดูหนาวจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอกขาวโพลนที่ลอยปกคลุมฝั่งลาว เป็นภาพที่นักเดินทางยอมตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อมาเฝ้ารอ
ทางเหนือสุดของจังหวัดที่อำเภอเชียงแสนคือ "สามเหลี่ยมทองคำ" จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และเมียนมา ริมแม่น้ำโขง สามารถนั่งเรือชมจุดที่สามประเทศมาพบกัน ส่วนอำเภอแม่สายคือจุดเหนือสุดของแผ่นดินไทยที่ติดกับท่าขี้เหล็กของเมียนมา และดอยแม่สลองที่มีชุมชนชาวจีนยูนนานพร้อมไร่ชาขั้นบันไดสวยงาม
อาหารและของขึ้นชื่อ: ข้าวซอย น้ำเงี้ยว สับปะรดนางแล และชาอูหลง
มาเชียงรายต้องลิ้มรสอาหารเหนือแท้ๆ เมนูประจำเมืองคือ "ข้าวซอย" เส้นบะหมี่ในน้ำแกงกะทิเครื่องแกงเข้มข้น โรยด้วยเส้นทอดกรอบ เสิร์ฟคู่ผักดอง หอมแดง และมะนาว มีให้เลือกทั้งข้าวซอยไก่ หมู และเนื้อ อีกจานที่ขาดไม่ได้คือ "ขนมจีนน้ำเงี้ยว" น้ำแกงรสจัดจากมะเขือเทศและดอกงิ้ว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทใหญ่และล้านนา
ของฝากเลื่องชื่อคือ "สับปะรดนางแล" และ "สับปะรดภูแล" จากตำบลนางแลและแม่ยาว เป็นสับปะรดพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกมากว่า 50 ปี ผลเล็ก ตาโปน เนื้อสีน้ำผึ้ง หวานฉ่ำและหอมจนได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัด
เชียงรายยังเป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทั้งชาเขียว ชาแดง และชาอูหลง "ไร่บุญรอด" หรือสิงห์ปาร์ค เชียงราย คือไร่ชาและฟาร์มเชิงเกษตรขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่ปลูกชาอูหลงกว่า 600 ไร่ เปิดให้นั่งรถชมไร่ จิบชา และถ่ายรูปกับทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเทศกาลที่ไม่ควรพลาด
ช่วงที่เหมาะที่สุดในการเที่ยวเชียงรายคือเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย ฟ้าใส และเป็นฤดูทะเลหมอกบนภูชี้ฟ้าและดอยต่างๆ ดอกไม้เมืองหนาวบานสะพรั่งทั้งที่ดอยตุงและสิงห์ปาร์ค
ไฮไลต์ปลายปีคือ "มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย" (Chiang Rai Flower and Art Festival) จัดที่สวนไม้งามริมน้ำกก ใกล้สนามบินแม่ฟ้าหลวง ราวกลางเดือนธันวาคมถึงต้นมกราคม ภายในงานมีสวนดอกไม้สี่ฤดู ถนนคนเดินริมกก งานศิลปะล้านนา และการแสดงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 17 ชาติพันธุ์ พร้อมกิจกรรมเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปี
เกร็ดน่ารู้คือเชียงรายได้รับยกย่องให้เป็นเมืองศิลปะ มีขัวศิลปะ (Art Bridge) ที่เป็นแกลเลอรีรวมผลงานศิลปินท้องถิ่นจำนวนมาก สะท้อนว่าที่นี่ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็นชุมชนศิลปินที่มีชีวิต เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวช้าๆ ซึมซับทั้งธรรมชาติ ศรัทธา และงานสร้างสรรค์ไปพร้อมกัน
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- เป็นจังหวัดเหนือสุดของประเทศไทย ก่อตั้งราว พ.ศ. 1805 โดยพญามังราย (พ่อขุนเม็งราย) ปฐมกษัตริย์แห่งล้านนา เป็นเมืองต้นกำเนิดก่อนย้ายราชธานีไปเชียงใหม่
- วัดร่องขุ่น (วิหารสีขาว) สร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 คู่กับวัดร่องเสือเต้น (วิหารสีน้ำเงิน) ของสล่านก และบ้านดำของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี
- สามเหลี่ยมทองคำที่อำเภอเชียงแสนคือจุดบรรจบพรมแดนไทย-ลาว-เมียนมา ริมแม่น้ำโขง ส่วนแม่สายเป็นจุดเหนือสุดของแผ่นดินไทย
- ภูชี้ฟ้าและดอยตุงเป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยอดนิยม พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุง
- เป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในไทย ไร่บุญรอด (สิงห์ปาร์ค) มีไร่ชาอูหลงกว่า 600 ไร่ เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
- สับปะรดนางแลและภูแล เป็นผลไม้ GI ประจำจังหวัด เนื้อสีน้ำผึ้งหวานหอม คู่กับอาหารเหนืออย่างข้าวซอยและขนมจีนน้ำเงี้ยว
