นครสวรรค์ เมืองสี่แควปากน้ำโพ ต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา เที่ยวที่ไหนดี กินอะไรอร่อย
ถ้าคุณเคยขับรถผ่านนครสวรรค์เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ แล้วคิดว่าที่นี่เป็นแค่ "ทางผ่าน" ขอให้ลองแวะสักครั้ง เพราะนครสวรรค์คือจุดที่ประเทศไทยทั้งประเทศมาบรรจบกันอย่างเงียบๆ ตรงนี้เองที่แม่น้ำปิงสีเขียวอมฟ้า ไหลมาเจอแม่น้ำน่านสีแดงขุ่น แล้วกลายเป็น "แม่น้ำเจ้าพระยา" สายเลือดหลักที่หล่อเลี้ยงคนทั้งภาคกลางลงไปจนถึงอ่าวไทย จุดเริ่มต้นของแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสายหนึ่งของไทยอยู่ที่นี่ ที่ตำบลปากน้ำโพ
ชาวบ้านเรียกเมืองนี้ติดปากว่า "ปากน้ำโพ" และเรียกตัวเองว่าคนเมืองสี่แคว ด้วยความที่อดีตมีแม่น้ำสี่สายมาเกี่ยวพันกับผืนแผ่นดินนี้ นครสวรรค์เป็นเมืองที่กลิ่นอายไทยกับจีนผสมกลมกลืนกันจนแยกไม่ออก ศาลเจ้าตั้งคู่กับวัด ตลาดเช้าขายทั้งโจ๊กและกาแฟโบราณ และในเดือนแห่งตรุษจีน ทั้งเมืองจะลุกขึ้นมาเชิดสิงโตและแห่มังกรกันอย่างสุดกำลัง
นี่คือเมืองที่มีทั้งทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สถาปัตยกรรมริมน้ำสุดล้ำสมัยอย่างพาสาน และของกินที่หากินที่อื่นไม่ได้อย่างโมจิและลูกชิ้นปลากราย บทความนี้จะพาไปรู้จักนครสวรรค์ในมุมที่มากกว่าทางผ่าน
ความเป็นมา: จากเมืองพระบาง สู่เมืองชอนตะวัน และนครสวรรค์
นครสวรรค์เป็นเมืองเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่าตั้งมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในศิลาจารึกปรากฏชื่อเรียกว่า "เมืองพระบาง" และด้วยทำเลที่เป็นชุมทางแม่น้ำ ทำให้ที่นี่เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการศึกสงครามมาทุกยุค ตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ ใครคุมปากน้ำโพได้ ก็เท่ากับคุมเส้นทางสู่หัวเมืองเหนือ
ที่มาของชื่อ "นครสวรรค์" มีเรื่องเล่าน่าสนใจ เดิมตัวเมืองตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ และหันหน้าเมืองไปทางทิศตะวันออก ทำให้ทุกเช้าแสงอาทิตย์สาดส่องเข้าหน้าเมืองเต็มที่ จึงเคยถูกเรียกว่า "เมืองชอนตะวัน" ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น "นครสวรรค์" ในเวลาต่อมา ส่วนชื่อ "ปากน้ำโพ" ที่คนเรียกกันจนติด มีคนสันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจาก "ปากน้ำโผล่" เพราะเป็นที่ที่ปากน้ำมาโผล่รวมกัน หรือมาจากต้นโพธิ์ใหญ่ที่เคยอยู่ตรงปากน้ำ
พาสาน บึงบอระเพ็ด และจุดชมแม่น้ำสองสี
หมุดหมายที่ห้ามพลาดคือ "พาสาน" อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งตระหง่านอยู่บนเกาะยมราชตรงจุดที่แม่น้ำปิงกับน่านมาบรรจบกัน ออกแบบเป็นเส้นโค้งสีขาวล้ำสมัยที่สื่อถึงสายน้ำสองสายไหลมาสานกัน ช่วงเย็นเป็นเวลาที่สวยที่สุด เพราะแสงพระอาทิตย์ตกจะสะท้อนผิวน้ำเป็นสีทอง และถ้ามองดีๆ จะเห็น "แม่น้ำสองสี" คือสีเขียวอมฟ้าของแม่น้ำปิงไหลมาชนกับสีแดงขุ่นของแม่น้ำน่านอย่างชัดเจน
ห่างออกไปไม่ไกลคือ "บึงบอระเพ็ด" ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กินพื้นที่กว่า 130,000 ไร่ ครอบคลุมถึงสามอำเภอ คือ เมืองนครสวรรค์ ท่าตะโก และชุมแสง ที่นี่เป็นแหล่งดูนกชั้นดี โดยเฉพาะหน้าหนาวที่นกอพยพหลายชนิดบินมาพักอาศัย นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือชมบึง ชมบัวบาน และดูพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนใครที่ชอบจุดชมวิวมุมสูง ก็สามารถขึ้น "หอชมเมืองนครสวรรค์" บนเขากบ เพื่อมองเห็นตัวเมือง บึงบอระเพ็ด สะพานเดชาติวงศ์ และจุดบรรจบของแม่น้ำได้ในคราวเดียว
ตรุษจีนปากน้ำโพ ขบวนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ที่ยาวที่สุดในไทย
ถ้าจะพูดถึงสิ่งที่ทำให้นครสวรรค์โด่งดังระดับประเทศ คงหนีไม่พ้น "งานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ" หรือที่เรียกกันว่าตรุษจีนปากน้ำโพ เป็นงานตรุษจีนที่จัดต่อเนื่องมายาวนานกว่า 100 ปี เริ่มจากชาวจีนแต้จิ๋ว กวางตุ้ง และจีนแคะ ในตลาดปากน้ำโพ ร่วมกันอัญเชิญเจ้าพ่อเจ้าแม่จากศาลเจ้าออกมาแห่รอบตลาด เพื่อขอบคุณเทพเจ้าและขอความเป็นสิริมงคลด้านการค้า
งานนี้ขึ้นชื่อว่ามีขบวนแห่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เต็มไปด้วยการแสดงคณะมังกรทอง การเชิดสิงโตจากหลายชาติพันธุ์ เอ็งกอ พะบู๊ ล่อโก้ว ขบวนนางฟ้าและสาวงาม รวมถึงองค์สมมุติเจ้าแม่กวนอิม จัดเต็มกันยาวหลายวันหลายคืน จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี 2561 ใครอยากสัมผัสบรรยากาศต้องมาช่วงเทศกาลตรุษจีน (ราวปลายมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์)
โมจิ ลูกชิ้นปลากราย และของกินขึ้นชื่อปากน้ำโพ
ของฝากเบอร์หนึ่งของนครสวรรค์คือ "โมจิ" แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเหมือนโมจิญี่ปุ่น เพราะโมจินครสวรรค์เป็นขนมที่ดัดแปลงให้ถูกปากคนไทย หน้าตาและรสชาติคล้ายขนมเปี๊ยะนมข้นรสหวาน มีไส้หลากหลายทั้งไส้ถั่ว ไส้มะพร้าว และไข่เค็ม ถือเป็นต้นตำรับโมจิเจ้าแรกๆ ของเมืองไทย ที่ใครมาเยือนก็ต้องซื้อกลับไปฝาก
อีกของขึ้นชื่อที่เป็นเอกลักษณ์เพราะภูมิประเทศของเมืองสี่แคว คือ "ลูกชิ้นปลากราย" ด้วยความที่จุดบรรจบของแม่น้ำเป็นแหล่งปลาน้ำจืดอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะปลากรายที่เนื้อเด้งหนึบ ลูกชิ้นปลากรายปากน้ำโพจึงสด เด้ง และหากินคุณภาพแบบนี้ที่อื่นได้ยาก ตลาดเทศบาลนครสวรรค์เป็นแหล่งรวมของอร่อย ทั้งลูกชิ้นปลากรายสดๆ หมูยอ ปลาส้ม และน้ำพริกปลาร้า ครบในที่เดียว
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงที่เหมาะที่สุดในการเที่ยวนครสวรรค์คือฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการล่องเรือบึงบอระเพ็ดและดูนกอพยพ และยังต่อเนื่องไปถึงเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพช่วงต้นปีพอดี ถ้าอยากเห็นแม่น้ำสองสีชัดเจน ควรมาช่วงปลายฝนต้นหนาวที่น้ำในแต่ละสายมีสีต่างกันเด่นชัด
เกร็ดที่หลายคนไม่รู้คือ นครสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็น "ประตูสู่ภาคเหนือ" เพราะเป็นชุมทางคมนาคมที่เชื่อมภาคกลางขึ้นเหนือ และเป็นเมืองที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของชาติ เริ่มต้นนับกิโลเมตรที่ศูนย์จากตรงนี้ การมาเยือนปากน้ำโพจึงเหมือนได้มายืนอยู่ ณ จุดตั้งต้นของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงคนไทยมานับร้อยปี
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- เป็นจุดกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา ที่แม่น้ำปิง (สีเขียวอมฟ้า) บรรจบแม่น้ำน่าน (สีแดงขุ่น) ณ ปากน้ำโพ เกิดเป็นปรากฏการณ์ "แม่น้ำสองสี"
- บึงบอระเพ็ดเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พื้นที่กว่า 130,000 ไร่ ครอบคลุม 3 อำเภอ (เมือง ท่าตะโก ชุมแสง) เป็นแหล่งดูนกอพยพ
- งานตรุษจีนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ จัดต่อเนื่องกว่า 100 ปี มีขบวนแห่ยาวที่สุดในไทย ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมปี 2561
- "พาสาน" คืออาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา บนเกาะยมราช จุดชมพระอาทิตย์ตกริมน้ำที่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง
- โมจินครสวรรค์เป็นต้นตำรับโมจิของไทย ไม่เหมือนโมจิญี่ปุ่น แต่คล้ายขนมเปี๊ยะนมข้นรสหวาน มีไส้ถั่ว มะพร้าว และไข่เค็ม
- มีฉายา "เมืองสี่แคว" และ "ประตูสู่ภาคเหนือ" เดิมชื่อเมืองพระบางในศิลาจารึก เคยเรียกเมืองชอนตะวันก่อนเป็นนครสวรรค์ ลูกชิ้นปลากรายเป็นของขึ้นชื่อ
