อุทัยธานี: เมืองพระชนกจักรี ปลาแรดแม่น้ำสะแกกรัง และมรดกโลกป่าห้วยขาแข้ง
อุทัยธานีเป็นจังหวัดที่หลายคนมักมองข้าม แต่ผู้ที่เคยแวะมาสักครั้งต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำสะแกกรังแห่งนี้ทิ้งรอยประทับได้ลึกกว่าที่คิด ด้วยประวัติศาสตร์ที่โยงใยถึงการก่อกำเนิดราชวงศ์จักรี ผืนป่ามรดกโลกที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และวิถีชีวิตชาวแพริมน้ำที่หาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบัน
จังหวัดนี้ตั้งอยู่ในภาคกลางตอนบน ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 200 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยป่าทึบทางทิศตะวันตกและพื้นที่เกษตรกรรมทางทิศตะวันออก แม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านใจกลางเมือง พัดพาเรื่องราวและวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ยังคงหายใจอยู่ในทุกๆ เช้า ตั้งแต่เสียงพายของชาวบ้านบนแพ ไปจนถึงกลิ่นหอมของปลาแรดทอดที่ลอยมาจากร้านริมน้ำย่านตรอกโรงยา
สิ่งที่ทำให้อุทัยธานีโดดเด่นจากจังหวัดใกล้เคียงคือความเป็น 'เมืองสามมิติ' ในตัวเอง มิติแรกคือรากเหง้าราชวงศ์ที่ฝังอยู่ในดิน มิติที่สองคือผืนป่าดิบชื้นขนาดมหึมาที่ UNESCO ยกย่องให้เป็นมรดกโลก และมิติที่สามคือชุมชนชาวแพที่อยู่คู่สายน้ำสะแกกรังมากว่าร้อยปี ทั้งสามมิตินี้รวมกันเป็นประสบการณ์ที่ยากจะหาได้จากจังหวัดไหนในประเทศไทย
ประวัติความเป็นมา: ดินแดนต้นกำเนิดราชวงศ์จักรี
อุทัยธานีมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาไม่น้อยกว่า 3,000 ปี แต่ที่ทำให้จังหวัดนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษในหน้าประวัติศาสตร์ไทยคือการที่ นายทองดี ต้นตระกูลแห่งราชวงศ์จักรี ถือกำเนิดและเติบโตที่แผ่นดินผืนนี้ บุตรชายของนายทองดีคือ ทองด้วง ซึ่งต่อมากลายเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ผู้ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2325
ด้วยเหตุนี้อุทัยธานีจึงได้รับสมญานามว่า 'เมืองพระชนกจักรี' อันหมายถึงเมืองของพระบิดาแห่งราชวงศ์จักรี ก่อนหน้านั้น เมืองอุทัยธานีเก่ายังเคยมีบทบาทเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการรับมือกับการรุกรานของพม่าในยุคอยุธยา โดยที่ตั้งแบบเมืองลุ่มน้ำล้อมรอบด้วยแนวเขาทางทิศตะวันตกทำให้มีคุณค่าทางยุทธศาสตร์สูง
สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือน
วัดจันทาราม หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า 'วัดท่าซุง' คือจุดหมายปลายทางทางจิตใจและสายตาของนักท่องเที่ยวที่มาอุทัยธานี วัดแห่งนี้ก่อตั้งมาก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยาถึง 30 ปี (ราวพ.ศ. 1863) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรังบนพื้นที่กว่า 510 ไร่ ไฮไลท์สำคัญคือ 'วิหารแก้ว 100 เมตร' ที่ประดับด้วยโมเสกแก้วเล็กๆ ระยิบระยับไปทั้งองค์ และพระอุโบสถที่มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างท้องถิ่นซึ่งงดงามอย่างมีเอกลักษณ์
ชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรัง เป็น 'พิพิธภัณฑ์มีชีวิต' ที่ไม่มีค่าเข้าชม บ้านแพกว่า 100 หลังลอยเรียงรายตามสายน้ำ ผู้คนกว่า 300 ชีวิตยังคงใช้ชีวิตประจำวันบนน้ำตามแบบแผนที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี การล่องเรือชมวิถีแพยามเช้าตรู่เมื่อแสงทองแรกส่องกระทบผิวน้ำเป็นประสบการณ์ที่ยากลืม
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรในปี พ.ศ. 2534 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4 ล้านไร่ ภายในผืนป่าแห่งนี้มีเสือโคร่งอาศัยอยู่ราว 70-80 ตัว นับเป็นหนึ่งในกลุ่มประชากรเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมถึงสมเสร็จ เก้งหม้อ กระทิง และควายป่า
ตรอกโรงยา หรือ 'เซ็กเกี๋ยกั้ง' คือชุมชนเก่าแก่ย่านใจกลางเมืองที่ถนนคับแคบในตรอกเล็กๆ เต็มไปด้วยบ้านไม้ทรงจีนอายุนับร้อยปี ทุกวันเสาร์ถนนสายนี้คึกคักไปด้วยร้านค้าท้องถิ่น ขนมพื้นบ้าน และกลิ่นอาหารที่อบอวลชวนให้เดินชมไปทีละก้าว
ตำนานสืบ นาคะเสถียร: จิตวิญญาณแห่งป่าห้วยขาแข้ง
ชื่อของห้วยขาแข้งผูกพันกับ สืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์ผู้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องผืนป่าแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2533 สืบทำงานเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและต่อสู้กับการลักลอบล่าสัตว์และตัดไม้ทำลายป่าอย่างไม่รู้จักท้อ ก่อนที่เขาจะจากไป เขาเขียนจดหมายถึงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้ปกป้องป่าไม้อย่างจริงจัง
วันที่ 1 กันยายนของทุกปีตรงกับวันรำลึกถึงสืบ นาคะเสถียร มูลนิธิสืบนาคะเสถียรยังคงทำงานเพื่อรักษาป่าและสัตว์ป่าให้คงอยู่ต่อไป และห้วยขาแข้งก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ธรรมชาติของไทยที่ทั่วโลกรู้จัก
อาหารและของขึ้นชื่อ: รสชาติแห่งสายน้ำสะแกกรัง
ปลาแรดจากลุ่มน้ำสะแกกรัง คือสัญลักษณ์ทางอาหารของอุทัยธานีที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อย่างเป็นทางการ เหตุที่ปลาแรดที่นี่มีรสชาติพิเศษกว่าที่อื่นเพราะแม่น้ำสะแกกรังมีคุณภาพน้ำและอุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นพิเศษ ทำให้เนื้อปลานุ่ม หวาน ไม่มีกลิ่นดิน เมนูยอดนิยมคือปลาแรดทอดกระเทียมพริกไทยและปลาแรดนึ่งมะนาว ที่ร้านริมน้ำย่านตรอกโรงยา
ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นอุทัยธานี เป็นของกินที่ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งซึ่งหาทานได้เฉพาะที่นี่ ซุปตุ๋นข้ามคืนหอมเครื่องเทศ เนื้อไก่ร่วนละลาย เสิร์ฟพร้อมเส้นเต้าหู้ ผิดกับก๋วยเตี๋ยวไก่ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ น้ำส้มซ่าอุทัยธานี ที่คั้นสดจากส้มซ่าในสวนท้องถิ่นยังเป็นเครื่องดื่มประจำเมืองที่นักท่องเที่ยวมักกลับมาหาซ้ำทุกครั้งที่แวะเวียนมา
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวอุทัยธานี อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าโปร่ง เหมาะทั้งการล่องเรือชมแพริมน้ำ เดินเที่ยวตรอกโรงยายามเช้า และเข้าชมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ในช่วงนี้บรรยากาศยามเช้าของเมืองจะมีหมอกจางๆ ปกคลุมแม่น้ำ สร้างภาพที่งดงามและให้ความรู้สึกสงบเงียบอย่างหาที่เปรียบได้ยาก
สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่า การเข้าชมห้วยขาแข้งต้องขออนุญาตล่วงหน้าจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เนื่องจากพื้นที่นี้ไม่ได้เปิดเสรีสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่มีโปรแกรมเยี่ยมชมพื้นที่คุ้มครองแบบมีไกด์ที่จัดโดยหน่วยงานราชการ การมาอุทัยธานีควรวางแผนอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพื่อให้ได้สัมผัสทั้งเมืองเก่าริมน้ำและความยิ่งใหญ่ของผืนป่าตะวันตก
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ห้วยขาแข้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ปี พ.ศ. 2534 ร่วมกับทุ่งใหญ่นเรศวร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4 ล้านไร่
- อุทัยธานีมีฉายาว่า 'เมืองพระชนกจักรี' เพราะเป็นบ้านเกิดของนายทองดี พระบิดาของรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี
- ปลาแรดจากลุ่มน้ำสะแกกรังได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เนื่องจากคุณภาพน้ำพิเศษของแม่น้ำสะแกกรัง
- ชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรังมีบ้านแพกว่า 100 หลัง ถือเป็นชุมชนแพแห่งสุดท้ายในประเทศไทยที่ยังมีชีวิตอยู่
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งราว 70-80 ตัว ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
- วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ก่อตั้งก่อนกรุงศรีอยุธยาถึง 30 ปี มีพื้นที่กว่า 510 ไร่ และวิหารแก้วยาว 100 เมตรประดับโมเสกแก้ว