ตราด: เมืองชายแดนสุดบูรพา ทะเลครึ่งร้อยเกาะ ทุเรียนชะนีเกาะช้าง และรอยอดีตที่หวนคืน
ปลายสุดด้านตะวันออกของแผ่นดินไทย ก่อนน่านน้ำจะกลายเป็นของกัมพูชา คือจังหวัด "ตราด" เมืองเล็กๆ ที่คนมักนึกถึงเป็นแค่ทางผ่านไปเกาะช้าง ทั้งที่จริงแล้วตราดมีเรื่องเล่าซ่อนอยู่มากกว่านั้น เพราะนี่คือดินแดนที่เคยถูกยกให้ฝรั่งเศสไปทั้งจังหวัด แล้วได้กลับคืนมาด้วยพระปรีชาของรัชกาลที่ 5 เป็นบทเรียนประวัติศาสตร์ที่ฝังอยู่ในชื่อหมู่บ้านและอนุสรณ์สถานริมทะเลจนถึงทุกวันนี้
ตราดได้ฉายาว่า "เมืองเกาะครึ่งร้อย" เพราะมีเกาะน้อยใหญ่กระจายอยู่ในอ่าวไทยกว่าห้าสิบเกาะ ตั้งแต่เกาะช้างที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ไปจนถึงเกาะกูดอันเงียบสงบที่ถูกเรียกว่า "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก" และเกาะหมากรูปดาวสี่แฉกที่ขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon ทั้งหมดนี้อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ถึง 350 กิโลเมตร แต่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่ง
นอกจากทะเล ตราดยังเป็นเมืองสวนผลไม้ที่มีทุเรียนชะนีเกาะช้างขึ้นทะเบียน GI เป็นเอกลักษณ์ มีชุมชนสามวัฒนธรรมอย่างบ้านน้ำเชี่ยวที่ไทย-จีน-มุสลิมอยู่ร่วมกันมาเนิ่นนาน บทความนี้จะพาไปรู้จักตราดให้ลึกกว่าหาดทราย ตั้งแต่อดีตอันแสนเข้มข้น ไปจนถึงรสชาติและวิถีชีวิตที่หาที่อื่นไม่ได้
ประวัติศาสตร์: เมืองหน้าด่านที่เคยเสียไป แล้วได้คืนมา
ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตราดมีชื่อเดิมว่า "บ้านบางพระ" และเป็นเมืองหน้าด่านชายทะเลที่สำคัญต่อความมั่นคงของอาณาจักร เพราะอยู่ติดชายแดนและเป็นปากทางออกสู่ทะเลตะวันออก
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2446 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) สยามจำต้องยกเมืองตราดและหมู่เกาะ ตั้งแต่แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูดและเกาะกง (ปัจจันตคีรีเขตร) ให้แก่ฝรั่งเศส เพื่อแลกกับการให้ฝรั่งเศสถอนทหารออกจากจันทบุรี ตราดจึงตกอยู่ใต้การปกครองของฝรั่งเศสอยู่ระยะหนึ่ง
ด้วยเหตุที่ตราดมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และพลเมืองส่วนใหญ่เป็นคนไทย รัฐบาลจึงเจรจาขอคืน จนในที่สุดฝรั่งเศสยินยอมคืนเมืองตราดให้ไทยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 ชาวตราดจึงถือเอาวันนี้เป็นวัน "ตราดรำลึก" สืบมา เกาะกูดเองก็มีรากเชื้อสายจากคนไทยที่อพยพหนีจากเกาะกงเมื่อครั้งตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส ทำให้อดีตอันขมขื่นนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเลือดเนื้อชาวเกาะ
ยุทธนาวีเกาะช้าง: วีรกรรมราชนาวีไทยกลางทะเลตราด
ตราดยังเป็นฉากของหนึ่งในวีรกรรมที่ทหารเรือไทยภาคภูมิใจที่สุด นั่นคือ "ยุทธนาวีเกาะช้าง" เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484 ในช่วงกรณีพิพาทอินโดจีน กองเรือรบฝรั่งเศสได้ล่วงล้ำเข้ามาในน่านน้ำตราดบริเวณเกาะช้าง
เรือรบหลวงของราชนาวีไทย แม้จะมีขนาดเล็กและกำลังด้อยกว่า ก็ได้เข้าต่อสู้ขัดขวางอย่างกล้าหาญจนข้าศึกต้องล่าถอยออกไป เหตุการณ์ครั้งนั้นมีการสูญเสียเรือรบหลวงและกำลังพล แต่ได้รักษาอธิปไตยของชาติไว้ได้
ปัจจุบันมี "อนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง" ตั้งอยู่ที่แหลมงอบ เป็นอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ พร้อมพิพิธภัณฑ์เรือรบจำลอง และทุกปีในเดือนมกราคมจะมีการจัด "งานวันวีรกรรมยุทธนาวีเกาะช้าง" เพื่อรำลึกถึงทหารเรือผู้เสียสละ เป็นงานสำคัญประจำจังหวัดที่ผูกพันกับความรักชาติของชาวตราด
ทะเลครึ่งร้อยเกาะ: ช้าง กูด หมาก และน้ำตกธารมะยม
หัวใจการท่องเที่ยวของตราดคือหมู่เกาะ เริ่มจาก "เกาะช้าง" เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไทย มีหาดทรายขาวที่ยาวกว่า 6 กิโลเมตรเป็นหาดยอดนิยม และยังมี "น้ำตกธารมะยม" น้ำตกสี่ชั้นกลางป่าในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ที่ครั้งหนึ่งรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 เคยเสด็จประพาส มีพระปรมาภิไธยย่อสลักไว้บนก้อนหิน
ถัดออกไปคือ "เกาะกูด" เกาะสุดท้ายทางตะวันออกของไทย น้ำทะเลใสเป็นสีฟ้ามรกต หาดทรายละเอียด เงียบสงบจนได้สมญา "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก" เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวาย ส่วน "เกาะหมาก" ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเกาะช้างกับเกาะกูด มีรูปร่างคล้ายดาวสี่แฉก โดดเด่นเรื่องการเป็นต้นแบบท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ปั่นจักรยานเที่ยวรอบเกาะได้สบายๆ
บนแผ่นดินใหญ่ก็มี "ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว" ที่แหลมงอบ จุดเช็กอินคือ "สะพานวัดใจ" สะพานไม้ทอดข้ามคลอง ให้ชมวิถีประมงพื้นบ้านและป่าชายเลน ก่อนลงเรือข้ามไปเกาะต่างๆ ตราดจึงเป็นจังหวัดที่มีทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก และวิถีริมคลองครบในที่เดียว
อาหารและของขึ้นชื่อ: ทุเรียนชะนี GI ข้าวเกรียบยาหน้า และของทะเลสด
ของขึ้นชื่อที่สุดของตราดคือ "ทุเรียนชะนีเกาะช้าง" ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ปลูกเฉพาะในพื้นที่อำเภอเกาะช้าง ลักษณะผลค่อนข้างยาว หนามใหญ่และห่าง เปลือกบาง เนื้อหนาแห้งเหนียว สีเหลืองเข้มอมส้ม รสหวานมันหอม ออกสู่ตลาดราวเดือนเมษายน-พฤษภาคม
ของกินพื้นถิ่นที่ต้องลองคือ "ข้าวเกรียบยาหน้า" ขนมว่างขึ้นชื่อของชาวไทยมุสลิมบ้านน้ำเชี่ยว ทำจากแป้งนึ่งแล้วโรยหน้าด้วยกุ้ง มะพร้าว แครอท รากผักชี ปรุงรสด้วยพริกไทยและเกลือ รสชาติกลมกล่อมแบบหากินที่อื่นยาก รวมถึงของทะเลสดๆ อย่างปลาหมึกหอมที่ชุกชุมในชุมชนประมงชายฝั่ง
ตราดยังเป็นเมืองผลไม้ที่มีระกำหวานเป็นของขึ้นชื่อ และมีงานเทศกาลผลไม้ประจำปีในช่วงหน้าผลไม้ราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ใครชอบของฝากก็มีงอบใบจากน้ำเชี่ยว ภูมิปัญญาการสานงอบจากใบจากของชาวนาชาวประมง เป็นทั้งของใช้และของที่ระลึกที่บ่งบอกความเป็นตราดได้ดี
วัฒนธรรมสามเชื้อสาย และช่วงเวลาน่าเที่ยว
เสน่ห์ที่แท้จริงของตราดอยู่ที่ผู้คน บ้านน้ำเชี่ยวเป็นชุมชนสามวัฒนธรรมที่ชาวไทยพุทธ ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวมุสลิมเชื้อสายเขมร อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมายาวนาน มีทั้งวัดและมัสยิดอยู่ในชุมชนเดียวกัน สะท้อนการหลอมรวมวัฒนธรรมที่หาดูได้ยาก และกลายเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ยั่งยืน
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเที่ยวทะเลตราดคือ "ฤดูหนาวถึงต้นร้อน" ราวเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ที่ทะเลสงบ ฟ้าใส คลื่นลมน้อย เหมาะแก่การข้ามเกาะและดำน้ำดูปะการัง ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นหน้าฝนมรสุม ทะเลมีคลื่นแรง รีสอร์ตและเรือบนเกาะหลายแห่งจะปิดให้บริการ
เกร็ดน่ารู้ก่อนไป ตราดมีคำขวัญว่า "เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดง ระกำหวาน หาดทรายงาม น้ำตกสวย" สรุปตัวตนของจังหวัดได้ครบทั้งทะเล อัญมณีพลอยแดงที่บ่อไร่ ผลไม้ และน้ำตก หากวางแผนดี ตราดเที่ยวได้ทั้งสายประวัติศาสตร์ สายทะเล และสายกินในทริปเดียว
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ตราดเป็นจังหวัดที่อยู่ตะวันออกสุดของไทย เกาะกูดคือผืนแผ่นดินสุดท้ายก่อนเข้าสู่น่านน้ำกัมพูชา ได้ฉายา "อันดามันแห่งทะเลตะวันออก"
- เคยถูกยกให้ฝรั่งเศสทั้งจังหวัดเมื่อ พ.ศ. 2446 และได้คืนสู่ไทยเมื่อ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 ชาวตราดถือเป็นวัน "ตราดรำลึก"
- ยุทธนาวีเกาะช้าง 17 มกราคม พ.ศ. 2484 เป็นวีรกรรมราชนาวีไทยขับไล่กองเรือฝรั่งเศส มีอนุสรณ์สถานที่แหลมงอบ และจัดงานรำลึกทุกเดือนมกราคม
- ได้ฉายา "เมืองเกาะครึ่งร้อย" มีเกาะกว่า 50 เกาะ รวมเกาะช้าง (ใหญ่อันดับ 2 ของไทย) เกาะกูด และเกาะหมากรูปดาวสี่แฉก
- ทุเรียนชะนีเกาะช้างได้ขึ้นทะเบียน GI ปลูกเฉพาะอำเภอเกาะช้าง เนื้อแห้งเหนียวหวานมัน เปลือกบาง
- บ้านน้ำเชี่ยวเป็นชุมชนสามวัฒนธรรม (ไทย-จีน-มุสลิมเชื้อสายเขมร) มีข้าวเกรียบยาหน้าและงอบใบจากเป็นเอกลักษณ์ และมี "สะพานวัดใจ" เป็นจุดเช็กอิน
