ชลบุรี เมืองทะเลตะวันออก จากบางปลาสร้อยถึงพัทยา ครบทุกรสของการเที่ยว
พูดถึง "ทะเลที่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด" หลายคนคงนึกถึงชลบุรีเป็นที่แรก เพราะแค่ขับรถออกจากเมืองหลวงไม่ถึงสองชั่วโมงก็เห็นเส้นขอบฟ้าจรดน้ำทะเลแล้ว แต่เสน่ห์ของจังหวัดนี้ไม่ได้มีแค่ชายหาด ชลบุรีเป็นจังหวัดที่กลืนหลายโลกไว้ในที่เดียว ทั้งเมืองท่าโบราณริมอ่าวไทย หมู่บ้านประมงเก่าแก่ เมืองตากอากาศระดับโลกอย่างพัทยา และนิคมอุตสาหกรรมขนาดมหึมาที่เป็นหัวใจเศรษฐกิจของภาคตะวันออก
ชื่อ "ชลบุรี" แปลตรงตัวว่า "เมืองแห่งน้ำ" สมกับที่ตั้งติดทะเลยาวเหยียด แต่รากเดิมของเมืองนี้คือชุมชนชื่อน่ารักว่า "บางปลาสร้อย" — ตั้งตามคลองสายหนึ่งที่เคยมีปลาสร้อยชุกชุม ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตเป็นเมืองท่าค้าขายและศูนย์กลางการปกครองอย่างทุกวันนี้
บทความนี้จะพาไปรู้จักชลบุรีให้ลึกกว่าภาพชายหาดในโปสการ์ด ตั้งแต่ที่มาของเมือง วังหลวงกลางทะเลที่มีแห่งเดียวในไทย ประเพณีวิ่งควายที่ว่ากันว่ามีที่นี่ที่เดียวในโลก ไปจนถึงข้าวหลามหนองมนกระบอกอวบ ๆ ที่เป็นของฝากติดไม้ติดมือทุกคนที่ผ่านมา
จากบางปลาสร้อยสู่จังหวัดชลบุรี
ดินแดนแถบนี้ปรากฏชื่อในหน้าประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยทวารวดี ขอม และสุโขทัย เดิมทีเป็นเพียงเมืองเกษตรกรรมและชุมชนประมงเล็ก ๆ หลายกลุ่มที่กระจายตัวอยู่ห่าง ๆ กันริมชายฝั่ง เมืองท่าโบราณที่สำคัญในอดีตคือ "เมืองศรีพโล" ซึ่งเคยเป็นจุดแวะพักของเรือสำเภาค้าขาย ก่อนที่ปากน้ำจะตื้นเขินจากตะกอนที่พัดพามาสะสม ผู้คนจึงค่อย ๆ ย้ายลงมาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ "บางปลาสร้อย"
ชื่อบางปลาสร้อยมาจากคลองสายหนึ่งที่มีต้นน้ำจากเขาเขียวทางทิศใต้ของตัวเมือง ไหลลงทะเลตรงบริเวณนี้ และในคลองมีปลาชนิดหนึ่งชื่อ "ปลาสร้อย" อยู่ชุกชุม ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านบางปลาสร้อย" โดยคำว่า "บาง" หมายถึงหมู่บ้านริมน้ำ
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารฯ พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกการปกครองแบบ "เมือง" แล้วรวมเมืองบางปลาสร้อย เมืองพนัสนิคม และเมืองบางละมุงเข้าด้วยกัน กลายเป็น "จังหวัดชลบุรี" อย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน
จากหาดบางแสนถึงวังกลางทะเลที่เกาะสีชัง
ถ้าเริ่มต้นจากตัวเมือง หาดบางแสนคือชายหาดสาธารณะในตำนานที่คนไทยรู้จักมานานหลายสิบปี ติดกับหาดมี "เขาสามมุข" เนินเขาเล็ก ๆ ที่มีศาลเจ้าแม่สามมุขและฝูงลิงอาศัยอยู่ เป็นจุดชมวิวทะเลบางแสนกับอ่าวอุดมแบบพาโนรามา ใกล้กันคือ "อ่างศิลา" ชุมชนเก่าที่ขึ้นชื่อเรื่องครกหินและผลิตภัณฑ์หินแกะสลัก รวมถึงตลาดอาหารทะเลสดริมทะเล
ไฮไลต์ทางประวัติศาสตร์ที่พลาดไม่ได้คือ "เกาะสีชัง" นั่งเรือจากท่าศรีราชาราว 40–50 นาที บนเกาะมี "พระจุฑาธุชราชฐาน" พระราชวังบนเกาะแห่งเดียวในประเทศไทย สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2435 ครั้งเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ จุดถ่ายรูปยอดนิยมคือ "สะพานอัษฎางค์" สะพานไม้สีขาวที่ทอดยาวออกไปในทะเลสีคราม
ลงใต้มาอีกหน่อยก็ถึงพัทยา เมืองตากอากาศระดับโลกที่ไม่เคยหลับ มีทั้งหาดพัทยา หาดจอมเทียน เกาะล้าน วัดเขาพระใหญ่ และจุดเที่ยวเชิงครอบครัวมากมาย ส่วนใครชอบบรรยากาศสบาย ๆ "ตลาดน้ำสี่ภาค" รวมร้านของกินของฝากจากทั่วไทยไว้ในที่เดียว เที่ยวชลบุรีจึงเลือกได้ทั้งแบบทะเลสงบ ๆ และแบบครึกครื้นสุดเหวี่ยง
วิ่งควายและกองข้าว ประเพณีที่หาดูไม่ได้ง่าย ๆ
ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของชลบุรีคือ "ประเพณีวิ่งควาย" ที่ว่ากันว่ามีหนึ่งเดียวในไทยและหนึ่งเดียวในโลก สืบทอดมายาวนานกว่า 100 ปี จัดในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 หรือก่อนวันออกพรรษา 1 วัน เดิมทีเป็นการนำควายมาทำขวัญและให้ควายได้พักผ่อนหลังตรากตรำทำนามาทั้งฤดู ปัจจุบันกลายเป็นงานใหญ่ที่ชาวนานำควายมาประดับประดาแล้ววิ่งแข่งกันกลางเมือง คึกคักด้วยทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
อีกประเพณีที่ยังรักษาไว้คือ "ประเพณีกองข้าว" ซึ่งปัจจุบันอำเภอศรีราชาเป็นที่ที่จัดต่อเนื่องเด่นชัดที่สุด ราววันที่ 19–21 เมษายนของทุกปี เป็นพิธีกรรมเก่าแก่ในการนำข้าวปลาอาหารมากองรวมกันเซ่นไหว้ผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล สะท้อนวิถีชุมชนชายฝั่งที่ผูกพันกับการกินอยู่และความกตัญญูต่อธรรมชาติ
นอกจากนี้ชลบุรียังเป็นถิ่นของงานหัตถกรรมจักสานที่ "พนัสนิคม" ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องเครื่องจักสานไม้ไผ่ลวดลายประณีตที่ส่งขายทั่วประเทศ เป็นภูมิปัญญาที่อยู่คู่ชุมชนมายาวนาน
ข้าวหลามหนองมน หอยนางรม และของทะเลเต็มโต๊ะ
พูดถึงของฝากชลบุรี ชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึงคือ "ข้าวหลามหนองมน" กระบอกไม้ไผ่อัดแน่นด้วยข้าวเหนียวมูนหอมกะทิ มีให้เลือกหลายไส้ ทั้งถั่วดำ เผือก งาดำ และมะพร้าวอ่อน ศูนย์รวมของฝากคือ "ตลาดหนองมน" ตลาดเก่าแก่ที่ขายทั้งข้าวหลาม ขนมหม้อแกง กาละแม น้ำตาลสด และอาหารทะเลแปรรูปอย่างปลาเค็ม กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง และกะปิ
อาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ก็มีหลายอย่าง เช่น "แจงลอน" "หอยจ๊อ" "ห่อหมกทะเล" และ "ก๋วยเตี๋ยวบ้านบึง" ที่เป็นก๋วยเตี๋ยวสูตรเฉพาะถิ่น ส่วนใครชอบของสด ชลบุรีคือสวรรค์ของคนกินซีฟู้ด ด้วยทำเลติดทะเลทำให้มีกุ้ง หอย ปู ปลาสด ๆ ตลอดทั้งปี
ของเด็ดที่ต้องลองคือ "หอยนางรมอ่างศิลา" ตัวอวบเนื้อหวาน กินสด ๆ กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัด เป็นเมนูที่ขึ้นชื่อจนกลายเป็นภาพจำของชายฝั่งชลบุรี
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ชลบุรีเที่ยวได้ทั้งปีเพราะอยู่ในเขตอ่าวไทยที่คลื่นลมไม่แรงเท่าฝั่งอันดามัน ช่วงที่อากาศดีที่สุดสำหรับลงทะเลคือราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ฟ้าใส แดดไม่จัด เหมาะกับการเดินเล่นชายหาดและนั่งเรือไปเกาะ ส่วนใครอยากชมประเพณีท้องถิ่น ควรวางแผนให้ตรงช่วงวิ่งควายก่อนออกพรรษา หรือประเพณีกองข้าวเดือนเมษายน
ด้วยระยะทางที่ใกล้กรุงเทพฯ ชลบุรีจึงเหมาะมากกับทริปแบบ One-day trip หรือค้างคืนสั้น ๆ ขับรถเองสะดวก จะแวะบางแสนตอนเช้า กินซีฟู้ดมื้อเที่ยง แล้วไปเดินตลาดหนองมนซื้อข้าวหลามกลับบ้านก็ครบจบในวันเดียว
เกร็ดน่ารู้คือชลบุรีเป็นหนึ่งในจังหวัดหัวใจของ "เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก" (EEC) ที่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ทำให้เมืองนี้มีทั้งมิติของการพักผ่อนริมทะเลและความเป็นเมืองอุตสาหกรรมทันสมัยอยู่ในจังหวัดเดียวกันอย่างน่าทึ่ง
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ชื่อเดิมของเมืองคือ "บางปลาสร้อย" ตั้งตามคลองที่มีปลาสร้อยชุกชุม ก่อนรวมกับเมืองพนัสนิคมและบางละมุงเป็นจังหวัดชลบุรีเมื่อ พ.ศ. 2476
- "พระจุฑาธุชราชฐาน" บนเกาะสีชัง คือพระราชวังบนเกาะแห่งเดียวในประเทศไทย สร้างสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2435
- ประเพณีวิ่งควายอายุกว่า 100 ปี จัดวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 (ก่อนออกพรรษา 1 วัน) ขึ้นชื่อว่าหนึ่งเดียวในไทยและในโลก
- ข้าวหลามหนองมนและตลาดหนองมนคือแหล่งของฝากขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัด
- หอยนางรมอ่างศิลาและครกหินอ่างศิลาเป็นของขึ้นชื่อประจำชุมชนเก่าริมทะเล
- ชลบุรีเป็นจังหวัดแกนหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผสมเมืองท่องเที่ยวกับอุตสาหกรรมไว้ด้วยกัน
