ฉะเชิงเทรา (แปดริ้ว) เที่ยวเมืองลุ่มน้ำบางปะกง ไหว้หลวงพ่อโสธร ตลาดร้อยปี
ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ไปทางตะวันออกราวชั่วโมงเศษ ภาพตึกสูงก็ค่อย ๆ จางหายกลายเป็นทุ่งนา สวนมะม่วง และสายน้ำสีน้ำตาลขุ่นของแม่น้ำบางปะกงที่คดเคี้ยวผ่ากลางเมือง นี่คือฉะเชิงเทรา หรือที่คนทั่วไปติดปากเรียกว่า "แปดริ้ว" จังหวัดเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้เมืองหลวงจนหลายคนมองข้าม ทั้งที่จริงแล้วเป็นหนึ่งในจุดหมายเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับที่อัดแน่นด้วยศรัทธา ตลาดเก่า และวิถีริมน้ำ
เสน่ห์ของแปดริ้วไม่ได้อยู่ที่ภูเขาหรือทะเล แต่อยู่ที่ "แม่น้ำ" เพราะบางปะกงคือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทั้งวัด ตลาด สวนผลไม้ และตำนานของเมืองนี้มาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เมืองที่ผูกพันกับสายน้ำขนาดนี้ ย่อมมีเรื่องเล่าให้ตามรอยไม่รู้จบ
ที่นี่เป็นเมืองสายมูตัวจริง มีทั้งหลวงพ่อโสธรพระคู่บ้านคู่เมือง พระพิฆเนศองค์ใหญ่หลายปาง ไปจนถึงวัดเก่าที่มีฝูงค้างคาวยักษ์ห้อยหัวเต็มต้นไม้ สลับกับการเดินตลาดร้อยปีชิมของอร่อย ฉะเชิงเทราจึงเป็นจังหวัดที่ "ครบรส" อย่างไม่น่าเชื่อสำหรับขนาดของมัน
ที่มาของชื่อ "ฉะเชิงเทรา" และ "แปดริ้ว"
ชื่อ "ฉะเชิงเทรา" ฟังดูแปลกหู เพราะนักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำเขมรว่า "สตึงเตรง" หรือ "ฉ่ทรึงเทรา" ที่แปลว่า "คลองลึก" สอดคล้องกับภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยลำคลองและแม่น้ำบางปะกงสายใหญ่ ดินแดนแถบนี้เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มายาวนาน มีการขุดค้นพบหลักฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเติบโตเป็นเมืองสำคัญมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ส่วนชื่อเล่น "แปดริ้ว" นั้นมีที่มาน่าสนุก เล่ากันว่ามาจากปลาช่อนแม่น้ำบางปะกงที่ตัวใหญ่โตผิดที่อื่น เวลาแล่เนื้อตากแห้งได้ถึง 8 ริ้ว ขณะที่ปลาช่อนทั่วไปแล่ได้แค่ 4-6 ริ้วเท่านั้น อีกตำนานหนึ่งโยงกับนิทานพื้นบ้านเรื่องพระรถ-เมรี ตอนที่ยักษ์ฆ่านางสิบสองแล้วชำแหละศพออกเป็น 8 ริ้ว ไม่ว่าจะมาจากที่มาไหน ชื่อนี้ก็กลายเป็นเอกลักษณ์ที่คนแปดริ้วภูมิใจมาจนทุกวันนี้
หลวงพ่อโสธรและสายมู: ศรัทธาที่ผูกกับสายน้ำ
หัวใจของการมาแปดริ้วคือ "วัดโสธรวรารามวรวิหาร" ริมแม่น้ำบางปะกง เดิมชื่อ "วัดหงส์" สร้างมาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อพุทธโสธร" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่มีตำนานเล่าว่าลอยน้ำมา พระอุโบสถหลังปัจจุบันสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง สง่างามจนกลายเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด ผู้คนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรเรื่องสุขภาพและโชคลาภไม่ขาดสาย
นอกจากหลวงพ่อโสธร แปดริ้วยังเป็นเมืองสายมูที่มีองค์เทพให้สักการะหลายแห่ง ที่โด่งดังคือ "วัดสมานรัตนาราม" ตำบลบางแก้ว ซึ่งมีองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขเนื้อสีชมพูองค์ใหญ่ สูง 16 เมตร ยาว 24 เมตร และ "อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน" ที่มีพระพิฆเนศปางยืนสำริดองค์ใหญ่ ส่วนใครชอบความวิจิตรต้องแวะ "วัดปากน้ำโจ้โล้" ที่มีโบสถ์สีทองอร่ามทั้งหลังริมน้ำ
บางคล้า เกาะลัด และค้างคาวแม่ไก่: วิถีริมบางปะกง
อยากสัมผัสแปดริ้วในมุมธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ต้องไปอำเภอบางคล้า ที่นี่มี "วัดโพธิ์บางคล้า" วัดเก่าอายุกว่า 200 ปี สันนิษฐานว่าเคยเป็นที่พักทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จุดเด่นสุดแปลกคือฝูง "ค้างคาวแม่ไก่" นับร้อยนับพันตัว ตัวใหญ่เท่าเป็ด ห้อยหัวเกาะกิ่งไม้ทั่ววัดในเวลากลางวัน เป็นภาพที่หาดูยากและกลายเป็นสัญลักษณ์ของบางคล้าไปแล้ว
ไม่ไกลกันคือ "เกาะลัด" เกาะกลางแม่น้ำบางปะกงพื้นที่หลายพันไร่ ที่เกิดจากการขุดคลองลัดตัดโค้งแม่น้ำ นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือรอบเกาะชมสวนผลไม้และวิถีชาวสวนสองฝั่ง ปิดท้ายด้วยการเดิน "ตลาดน้ำบางคล้า" ที่เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ มีของกินพื้นบ้านและบรรยากาศริมน้ำสบาย ๆ
ตลาดร้อยปีและของกินขึ้นชื่อเมืองแปดริ้ว
ฉะเชิงเทราขึ้นชื่อเรื่องตลาดเก่าที่ยังมีชีวิต "ตลาดบ้านใหม่ร้อยปี" ริมแม่น้ำบางปะกงเป็นตลาดชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนอายุกว่า 100 ปี ที่ชาวบ้านร่วมใจกันฟื้นฟูเมื่อปี 2547 จนกลายเป็นแหล่งรวมของกินรสเด็ดทั้งอาหารจีน อาหารไทย ก๋วยเตี๋ยว ขนมโบราณ ในบรรยากาศห้องแถวไม้เก่า ส่วน "ตลาดคลองสวน 100 ปี" ที่คาบเกี่ยวกับเขตสมุทรปราการ ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดโบราณที่คนนิยมไปเดินกินของอร่อยและซื้อของฝาก
ของขึ้นชื่อที่พลาดไม่ได้คือ "มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง" เพราะฉะเชิงเทราเป็นแหล่งปลูกมะม่วงคุณภาพส่งออกระดับประเทศ รสหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ และแน่นอนว่าต้องลองเมนูจาก "ปลาช่อนแปดริ้ว" ต้นกำเนิดชื่อเมือง ทั้งปลาช่อนแดดเดียวและต้มยำปลาช่อน รวมถึงไข่เค็มและขนมพื้นบ้านที่หาซื้อเป็นของฝากได้ตามตลาด
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงที่คึกคักที่สุดของแปดริ้วคือ "งานนมัสการหลวงพ่อโสธรและงานประจำปีจังหวัดฉะเชิงเทรา" ซึ่งจัดต่อเนื่องมากว่าร้อยปี โดยจัดราวเดือนพฤศจิกายน (ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12) ยาวหลายวันหลายคืน ไฮไลต์คือพิธีอัญเชิญหลวงพ่อโสธรจำลองลงเรือแห่ไปตามแม่น้ำบางปะกง ซึ่งเป็นภาพอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นเอกลักษณ์ที่ชาวแปดริ้วเทิดทูน
โดยรวมแล้วฉะเชิงเทราเที่ยวได้ตลอดปี แต่ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) อากาศกำลังสบายเหมาะกับการล่องเรือและเดินตลาด ส่วนช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนเป็นฤดูมะม่วงน้ำดอกไม้ออกผล ใครชอบผลไม้ห้ามพลาด ด้วยระยะทางจากกรุงเทพฯ เพียงประมาณ 80 กิโลเมตร แปดริ้วจึงเป็นจุดหมายเที่ยวสุดสะดวกสำหรับทริปวันเดียว ที่ได้ทั้งบุญ ได้กิน และได้สัมผัสวิถีลุ่มน้ำแบบที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ชื่อ "แปดริ้ว" มาจากปลาช่อนแม่น้ำบางปะกงตัวใหญ่ แล่เนื้อได้ถึง 8 ริ้ว มากกว่าที่อื่น
- หลวงพ่อพุทธโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง พระอุโบสถสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง
- วัดสมานรัตนารามมีพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขสีชมพู สูง 16 เมตร ยาว 24 เมตร
- วัดโพธิ์บางคล้า อายุกว่า 200 ปี มีฝูงค้างคาวแม่ไก่ตัวใหญ่เท่าเป็ดห้อยหัวเต็มต้นไม้กลางวัน
- เป็นแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองคุณภาพส่งออก และมีตลาดร้อยปีอย่างตลาดบ้านใหม่และคลองสวน
- งานนมัสการหลวงพ่อโสธรจัดราวเดือนพฤศจิกายน มีพิธีแห่หลวงพ่อโสธรจำลองทางเรือในแม่น้ำบางปะกง
