สุราษฎร์ธานี เมืองร้อยเกาะ จากศรีวิชัยถึงเกาะสมุย ไข่เค็มไชยา และเขื่อนเชี่ยวหลาน
ถ้าจะมีจังหวัดไหนในภาคใต้ที่บรรจุได้ทั้งความเก่าแก่ระดับพันปีและความสนุกแบบฟูลมูนปาร์ตี้ไว้ในที่เดียวกัน คำตอบคงหนีไม่พ้น "สุราษฎร์ธานี" เมืองที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ "เมืองร้อยเกาะ" เพราะมีหมู่เกาะกระจายอยู่ในอ่าวไทยนับไม่ถ้วน ตั้งแต่เกาะสมุยที่ดังไกลทั่วโลก ไปจนถึงเกาะเล็กเกาะน้อยที่ยังเงียบสงบ คำขวัญประจำจังหวัดเองก็สรุปเสน่ห์ไว้ครบว่า "เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ"
แต่สุราษฎร์ธานีไม่ได้มีดีแค่ทะเล ลึกเข้าไปในแผ่นดินคือผืนป่าดิบชื้นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างเขาสก และทะเลสาบสีมรกตกลางหุบเขาหินปูนของเขื่อนรัชชประภา ขณะที่ย่านอำเภอไชยาทางตอนเหนือของจังหวัดยังเก็บร่องรอยของอาณาจักรศรีวิชัยอายุกว่า 1,200 ปีเอาไว้ ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสว่าดินแดนแถบนี้เคยเป็นเมืองท่าค้าขายเชื่อมโลกตะวันออกกับตะวันตกมาก่อน
เที่ยวสุราษฎร์ฯ ได้หลายอารมณ์ในทริปเดียว เช้าตื่นมาดำน้ำดูปะการัง บ่ายขึ้นเรือล่องทะเลสาบกลางป่า เย็นไหว้พระบรมธาตุพันปี ค่ำกินหอยนางรมตัวโตจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัด นี่คือจังหวัดที่ยิ่งอยู่นานยิ่งรู้ว่ามีอะไรให้ค้นมากกว่าที่คิด
จากศรีวิชัยถึงบ้านดอน เส้นทางกว่าจะเป็นสุราษฎร์ธานี
ก่อนจะมาเป็นชื่อ "สุราษฎร์ธานี" ดินแดนแถบนี้มีศูนย์กลางเก่าแก่อยู่ที่ "เมืองไชยา" ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ยุคที่อาณาจักรศรีวิชัยเฟื่องฟูในราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 ด้วยทำเลเป็นเมืองท่าที่เชื่อมการค้าระหว่างจีน เวียดนาม เขมร กับอินเดีย อาหรับ เปอร์เซีย และยุโรป นักวิชาการหลายกลุ่มถึงกับเชื่อว่าไชยาน่าจะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของศรีวิชัยเลยทีเดียว หลักฐานที่ยังหลงเหลือคือพระบรมธาตุเจดีย์ทรงศรีวิชัยที่วัดพระบรมธาตุไชยา และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด ศิลปะศรีวิชัยอายุราว 1,200 ปี ที่ถือเป็นประติมากรรมชิ้นเอกของชาติ
ชื่อ "สุราษฎร์ธานี" ซึ่งแปลได้ว่า "เมืองแห่งคนดี" เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยหลัง โดยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองไชยากับเมืองกาญจนดิษฐ์เข้าด้วยกันเมื่อ พ.ศ. 2442 และย้ายศูนย์กลางการปกครองมาตั้งที่ "บ้านดอน" ริมแม่น้ำตาปี ซึ่งก็คือตัวเมืองสุราษฎร์ธานีในปัจจุบัน บ้านดอนจึงกลายเป็นหัวใจการคมนาคมและการค้าของจังหวัดมาจนทุกวันนี้
ทะเล ป่า และทะเลสาบ สถานที่ที่ต้องไปให้ได้
พระเอกของจังหวัดในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติคือ "เกาะสมุย" เกาะใหญ่อันดับต้นๆ ของไทยที่มีหาดทรายขาวเรียงราย ทั้งหาดเฉวง หาดละไม หาดตลิ่งงาม และหาดบ่อผุด พร้อมแลนด์มาร์กอย่างพระใหญ่วัดพระใหญ่และหินตาหินยาย ถัดออกไปคือ "เกาะพะงัน" บ้านเกิดของ Full Moon Party ปาร์ตี้พระจันทร์เต็มดวงที่หาดริ้นซึ่งดึงดูดคนหนุ่มสาวจากทั่วโลก และยังมี "หมู่เกาะอ่างทอง" อุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีจุดชมวิวทะเลในหุบเขาและทะเลสาบสีเขียวมรกตกลางเกาะ
แต่เสน่ห์ที่หลายคนพลาดคือฝั่งแผ่นดิน "เขื่อนรัชชประภา" หรือที่เรียกติดปากว่า "เขื่อนเชี่ยวหลาน" มีฉายาว่า "กุ้ยหลินเมืองไทย" ด้วยภาพชะง่อนผาหินปูนโผล่พ้นน้ำสีเขียวมรกต นักท่องเที่ยวนิยมพักแพกลางน้ำค้างคืน ส่วนคนรักการเดินป่าต้องไป "อุทยานแห่งชาติเขาสก" ผืนป่าดิบชื้นที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ เต็มไปด้วยพรรณไม้หายากและบัวผุดดอกใหญ่ ขณะที่สายธรรมะมักแวะ "สวนโมกขพลาราม" ที่อำเภอไชยา สถานปฏิบัติธรรมอันลือชื่อของท่านพุทธทาสภิกขุ
ชักพระ ทอดผ้าป่า แข่งเรือยาว ประเพณีหนึ่งเดียวริมแม่น้ำตาปี
งานบุญที่เป็นหัวใจวัฒนธรรมของชาวสุราษฎร์ฯ คือ "ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว" ซึ่งจัดในช่วงออกพรรษา วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี (ราวเดือนตุลาคม) เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานับร้อยปี ชาววัดจะจัดทำ "เรือพนมพระ" ทั้งทางบกและทางน้ำ ตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรนับร้อยลำจากร้อยวัด แล้วชักลากแห่แหนไปตามถนนและล่องไปตามแม่น้ำตาปี เป็นภาพที่หาดูได้ยากในที่อื่น
อีกไฮไลต์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมืองนี้คือ "พุ่มผ้าป่าหน้าบ้าน" หรือที่เรียกว่างาน "ทำบุญร้อยวัดมหัศจรรย์วันเดียว" ชาวบ้านในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีจะตั้งพุ่มผ้าป่าจำลองภาพพุทธประวัติ ประดับแสงสีเสียงไว้หน้าบ้านเรือนของตัวเอง ให้พระสงฆ์จากหลายวัดเดินรับบิณฑบาตในวันเดียว ถือเป็นประเพณีที่มีแห่งเดียวในประเทศไทย
ไข่เค็มไชยา หอยนางรมกะแดะ เงาะนาสาร ของกินที่ขึ้นชื่อทั้งคำขวัญ
ของขึ้นชื่อระดับ GI ของจังหวัดคือ "ไข่เค็มไชยา" ที่ผลิตจากไข่เป็ดเลี้ยงในพื้นที่อำเภอไชยาด้วยกรรมวิธีพอกดินจอมปลวกผสมเกลือตามภูมิปัญญาท้องถิ่น เอกลักษณ์คือไข่แดงสีแดงสดเป็นมัน มันใหญ่ ไม่คาว จนกลายเป็นของฝากที่ใครมาก็ต้องซื้อกลับ ส่วนอาหารทะเลขึ้นชื่อคือ "หอยนางรมกะแดะ" จากตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ ซึ่งได้ชื่อว่าตัวใหญ่ เนื้อหวานกรอบ ติดอันดับอร่อยที่สุดของเมืองไทย กินสดๆ จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดกับกระเทียมเจียวและหอมเจียวคือที่สุด
ฝั่งผลไม้ต้องยกให้ "เงาะโรงเรียนนาสาร" จากอำเภอบ้านนาสาร เงาะพันธุ์เนื้อหวานกรอบ ล่อนเมล็ด เปลือกสีแดงเข้มปลายขนสีเขียว ที่ได้ชื่อ "โรงเรียน" เพราะต้นแม่พันธุ์ดั้งเดิมอยู่ในบริเวณโรงเรียนเก่า ออกผลช่วงหน้าร้อนต่อหน้าฝน นอกจากนี้เมืองนี้ยังเป็นแหล่งปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ ของกินพื้นเมืองอื่นๆ ที่ควรลองมีทั้งขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้รสจัด และน้ำพริกกะปิกับผักเหนาะสดๆ
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้ก่อนออกเดินทาง
ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับเที่ยวฝั่งเกาะและทะเลคือราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ท้องฟ้าใส ทะเลเรียบ เหมาะกับการดำน้ำและล่องเรือ ส่วนฝั่งอ่าวไทยจะมีฝนชุกช่วงปลายปีตั้งแต่ตุลาคมถึงธันวาคม ใครอยากเก็บประเพณีชักพระต้องมาช่วงออกพรรษาเดือนตุลาคม ขณะที่อยากกินเงาะนาสารสดๆ จากสวนให้มาช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม
สุราษฎร์ธานีเดินทางสะดวกทั้งเครื่องบินลงสนามบินสุราษฎร์ธานีหรือสนามบินสมุย รถไฟสายใต้ลงสถานีสุราษฎร์ธานี (สถานีตั้งอยู่ที่อำเภอพุนพินไม่ใช่ในตัวเมือง) และรถทัวร์จากกรุงเทพฯ การไปเกาะสมุยและเกาะพะงันต้องต่อเรือเฟอร์รีจากท่าเรือดอนสักหรือท่าเรือเกาะพะลวย จุดน่าสนใจคือจังหวัดนี้กว้างใหญ่และมีทั้งทะเล ภูเขา และเมืองเก่า ถ้ามีเวลาน้อยควรเลือกโซนใดโซนหนึ่งก่อน แล้วค่อยกลับมาเก็บส่วนที่เหลือในทริปต่อไป
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- คำขวัญประจำจังหวัด: "เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ" สะท้อนของดีครบทั้งทะเล ผลไม้ อาหารทะเล และพุทธศาสนา
- อำเภอไชยาคือศูนย์กลางเก่าแก่ยุคศรีวิชัย มีพระบรมธาตุเจดีย์ทรงศรีวิชัยและพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริดอายุราว 1,200 ปี
- ชื่อ "สุราษฎร์ธานี" แปลว่า "เมืองแห่งคนดี" ตั้งโดยรัชกาลที่ 5 พร้อมย้ายศูนย์กลางมาที่บ้านดอนริมแม่น้ำตาปี เมื่อ พ.ศ. 2442
- เขื่อนรัชชประภา (เชี่ยวหลาน) ฉายา "กุ้ยหลินเมืองไทย" สูง 94 เมตร สันเขื่อนยาว 761 เมตร อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก
- ไข่เค็มไชยาเป็นสินค้า GI ของจังหวัด ส่วนหอยนางรมตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ ขึ้นชื่อว่าตัวใหญ่และอร่อยที่สุดในไทย
- ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จัดวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (ออกพรรษา) มีเรือพนมพระกว่า 100 ลำจาก 100 วัด
