สงขลา เมืองสองทะเล ย่านเก่าชิโน-โปรตุกีส หาดสมิหลา และอาหารพหุวัฒนธรรม
สงขลาคือจังหวัดที่ถูกขนานนามว่า เมืองสองทะเล เพราะมีทั้งทะเลอ่าวไทยที่เปิดกว้างสู่มหาสมุทร และทะเลสาบสงขลาน้ำกร่อยผืนใหญ่ที่ทอดตัวอยู่ด้านใน ความเป็นเมืองท่าเก่าทำให้ที่นี่ไม่เหมือนจังหวัดชายทะเลทั่วไป เพราะมันคือจุดบรรจบของผู้คนหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย จีนไหหลำ และมุสลิม ที่มาตั้งรกรากและทิ้งร่องรอยไว้ในทุกตรอกซอกซอย ตั้งแต่กลิ่นอายสถาปัตยกรรมไปจนถึงรสชาติอาหารบนโต๊ะ
ถ้าหาดใหญ่คือเมืองเศรษฐกิจที่คึกคักด้วยตลาดและร้านอาหาร ตัวเมืองสงขลาเก่ากลับมีจังหวะที่ช้าและละเมียดกว่า เดินเล่นในย่านเมืองเก่าอายุกว่า 200 ปี ฟังเสียงคลื่นที่หาดสมิหลา หรือนั่งเรือข้ามไปกินอาหารทะเลสดที่เกาะยอกลางทะเลสาบ ทุกมุมล้วนมีเรื่องเล่าซ่อนอยู่
นี่คือเมืองที่นางเงือกทองนั่งอยู่บนโขดหินมองออกไปยังเกาะหนูเกาะแมว เมืองที่ข้าวสตูสูตรฝรั่งผสมเครื่องเทศมลายูยังขายอยู่บนถนนนางงาม และเมืองที่เรือพระหลากสีล่องไปตามถนนทุกเดือนสิบเอ็ด สงขลาจึงเป็นปลายทางที่ให้ทั้งทะเล ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมในที่เดียว
ความเป็นมา เมืองท่าเก่าแห่งคาบสมุทรมลายู
สงขลามีความเป็นมายาวนานในฐานะเมืองท่าค้าขายบนเส้นทางการเดินเรือ ตำแหน่งที่ตั้งซึ่งมีทะเลสาบสงขลาเป็นแหล่งน้ำกร่อยขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับอ่าวไทย ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดพักและแลกเปลี่ยนสินค้าของพ่อค้าจากหลายดินแดน ความหลากหลายนี้เองที่หล่อหลอมให้สงขลามีวัฒนธรรมผสมผสานทั้งไทย จีน และมุสลิมมาตั้งแต่อดีต
หัวใจของเมืองเก่าคือถนนสามสายที่ขนานกัน ได้แก่ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ตลอดสองข้างทางเรียงรายด้วยอาคารเก่าหลายสไตล์ ทั้งสถาปัตยกรรมจีน อาคารชิโน-โปรตุกีส และเรือนผสมร่วมสมัย ซึ่งเป็นมรดกที่หลงเหลือจากยุคที่ชาวจีนเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำการค้า ย่านเมืองเก่าสงขลาจึงเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ยังมีผู้คนอาศัยและทำมาหากินจริง
สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไป
แลนด์มาร์กที่ขาดไม่ได้คือ หาดสมิหลา (แหลมสมิหลา) ชายหาดทรายขาวยาวเหยียดร่มรื่นด้วยทิวสน จุดเด่นคือรูปปั้นนางเงือกทองนั่งอยู่บนโขดหินริมทะเล สัญลักษณ์ประจำจังหวัด และมองออกไปเห็นเกาะหนูเกาะแมวลอยอยู่กลางทะเล ช่วงเย็นที่นี่คือจุดชมพระอาทิตย์ตกยอดนิยมของคนสงขลา
อีกหนึ่งจุดหมายคือ เกาะยอ เกาะเล็ก ๆ กลางทะเลสาบสงขลาที่เดินทางสะดวกด้วยการข้ามสะพานติณสูลานนท์ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องวิถีชุมชน สวนผลไม้ ร้านอาหารทะเลริมน้ำ และผ้าทอเกาะยอที่มีลายเอกลักษณ์อย่างลายราชวัตถ์ ดอกพิกุล และดอกพะยอม ส่วนในย่านเมืองเก่าก็มี โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น โรงสีข้าวสีแดงสดอายุกว่า 100 ปี ที่ปรับเป็นพื้นที่จัดแสดงประวัติศาสตร์และงานศิลปะ พร้อมสตรีทอาร์ตทั่วถนนนครนอก-นครใน และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลาให้แวะชม
วัฒนธรรมและประเพณีลากพระ
ประเพณีที่สะท้อนตัวตนชาวใต้ของสงขลาได้ชัดที่สุดคือ ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว ซึ่งจัดขึ้นช่วงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือราวเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นการสมมติเหตุการณ์ครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงสู่โลกมนุษย์
ในงาน ชาวบ้านจะอัญเชิญพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตรที่เรียกว่า พระลาก ประดิษฐานบนบุษบกซึ่งตั้งบนเรือพระที่ตกแต่งเป็นรูปเรือหรือพญานาคอย่างวิจิตร แล้วลากแห่ไปตามถนน มีการแขวนขนมต้มทำบุญ และไฮไลต์คือการประกวดเรือพระชิงถ้วยพระราชทาน ที่เรือพระจากวัดต่าง ๆ มุ่งหน้ามารวมกันบริเวณถนนสระบัวและแหลมสมิหลา บรรยากาศคึกคักด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมสืบสานประเพณี
อาหารและของขึ้นชื่อ
อาหารสงขลาคือบทพิสูจน์ของความเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม เมนูตำนานคือ ข้าวสตูเกียดฟั่ง ร้านเก่าแก่บนถนนนางงามที่เปิดมากว่า 80 ปี เป็นสตูสูตรที่มีต้นทางจากสตูอังกฤษ ใส่เครื่องเทศแบบมลายู ผสมวัตถุดิบไทย โดยกุ๊กชาวจีนไหหลำที่เคยทำงานบนเรือฝรั่งสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง จนได้รับเลือกเป็นเมนู 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น
อีกของขึ้นชื่อที่ห้ามพลาดคือ ไก่ทอดหาดใหญ่ ที่โดดเด่นด้วยหนังกรอบและการโรยหอมเจียวกรอบ ๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ร้านดังอย่างไก่ทอดซอย 10 มีคนต่อแถวจนต้องทอดสดใหม่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมี เต้าคั่ว สลัดแบบใต้ที่หากินยาก ขนมจีนน้ำยา ข้าวมันไก่ เกี๊ยวสเต็ก และขนมพื้นเมืองอย่างขนมบ้าบิ่นและขนมกุ้งให้ซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
สงขลาเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงที่อากาศเป็นใจที่สุดคือราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ที่ฝนน้อยและทะเลสงบ เหมาะกับการเดินเล่นชายหาดและถ่ายรูปย่านเมืองเก่า หากอยากสัมผัสประเพณี ให้เล็งเดือนตุลาคมช่วงงานลากพระ ส่วนปลายปีตั้งแต่ราวเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมเป็นหน้ามรสุมที่ฝนชุก ควรเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทาง
เกร็ดน่ารู้คือ ทะเลสาบสงขลาเป็นทะเลสาบธรรมชาติขนาดใหญ่ที่อาณาเขตคาบเกี่ยวถึงสามจังหวัด ทั้งสงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช และการเที่ยวสงขลาควรเผื่อเวลาให้ทั้งฝั่งหาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางการกินช้อปและเดินทาง กับฝั่งตัวเมืองสงขลาเก่าที่ให้บรรยากาศเงียบสงบและประวัติศาสตร์ ทั้งสองโซนอยู่ห่างกันไม่ถึงชั่วโมง ทำให้เที่ยวได้ครบในทริปเดียว
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ได้ฉายา เมืองสองทะเล เพราะมีทั้งทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นทะเลสาบธรรมชาติขนาดใหญ่ที่คาบเกี่ยว 3 จังหวัด (สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช)
- ย่านเมืองเก่าอายุกว่า 200 ปี มีถนนสายหลัก 3 สาย คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม เต็มไปด้วยอาคารชิโน-โปรตุกีสและสถาปัตยกรรมจีน
- สัญลักษณ์ประจำจังหวัดคือรูปปั้นนางเงือกทองที่หาดสมิหลา มองออกไปเห็นเกาะหนูเกาะแมว
- เกาะยอกลางทะเลสาบ ขึ้นชื่อผ้าทอเกาะยอลายราชวัตถ์ ดอกพิกุล ดอกพะยอม เดินทางข้ามสะพานติณสูลานนท์
- ข้าวสตูเกียดฟั่งบนถนนนางงาม ร้านอายุกว่า 80 ปี เป็นสตูสูตรลูกผสมอังกฤษ-มลายู-จีนไหหลำ ได้รางวัล 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น
- ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว จัดวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (ราวตุลาคม) มีประกวดเรือพระชิงถ้วยพระราชทานบริเวณแหลมสมิหลา
