เที่ยวสตูล: เมืองอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทย ทะเลหลีเป๊ะ และเสน่ห์พหุวัฒนธรรม
สตูลคือจังหวัดใต้สุดฝั่งอันดามันที่หลายคนมักนึกถึงแค่ทางผ่านไปเกาะหลีเป๊ะ แต่ความจริงแล้วที่นี่เป็นดินแดนที่ซ่อนเรื่องราวเก่าแก่ไว้มากกว่าที่เห็น ทั้งหินผาอายุหลายร้อยล้านปี ฟอสซิลของสัตว์ดึกดำบรรพ์ และทะเลที่ใสจนมองเห็นปะการังได้ตั้งแต่ยังไม่ทันลงน้ำ
ชื่อ "สตูล" มีรากมาจากภาษามลายูว่า "เซอตุล" แปลว่าต้นกระท้อน คำเต็มในอักษรยาวีอ่านว่า "เนอเกอรีเซอตุลมัมบังเซอการา" หมายถึง "สตูล เมืองแห่งพระสมุทรเทวา" สะท้อนความผูกพันของเมืองนี้กับท้องทะเลมาแต่อดีต ที่นี่เคยเป็นเพียงตำบลหนึ่งในเขตเมืองไทรบุรี ก่อนยกฐานะขึ้นเป็นเมืองในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2392
เสน่ห์ที่แท้จริงของสตูลอยู่ที่การเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ไทยพุทธ ไทยมุสลิม และคนไทยเชื้อสายจีนอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวมานาน กลิ่นเครื่องเทศจากร้านโรตี เสียงละหมาด และศาลเจ้าจีนปะปนกันในเมืองเล็กๆ ที่เดินเที่ยวได้สบายๆ ภายในไม่กี่ชั่วโมง
อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทย ดินแดนก่อนประวัติศาสตร์
จุดที่ทำให้สตูลโดดเด่นในระดับโลกคือ "อุทยานธรณีโลกสตูล" ที่ UNESCO ประกาศรับรองเป็น Satun UNESCO Global Geopark เมื่อ 17 เมษายน 2561 นับเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทยและลำดับที่ 5 ของอาเซียน ครอบคลุมพื้นที่ราว 2,597 ตารางกิโลเมตร ใน 4 อำเภอ คือ ทุ่งหว้า เมือง มะนัง และละงู
หัวใจของอุทยานคือชั้นหินและฟอสซิลที่บันทึกเรื่องราวเมื่อครั้งดินแดนนี้ยังอยู่ใต้ทะเลโบราณ "ถ้ำเลสเตโกดอน" ในอำเภอทุ่งหว้าเป็นถ้ำลอดน้ำยาวประมาณ 3.4 กิโลเมตร นั่งเรือคายักลอดผ่านหินงอกหินย้อยได้ทั้งสาย ชื่อถ้ำมาจากการค้นพบฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์ "สเตโกดอน" ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว รวมถึงซากแรดและกวางยุคไพลสโตซีน
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ "ปราสาทหินพันยอด" บนเกาะเขาใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เป็นภูเขาหินปูนที่ถูกน้ำฝนกัดเซาะจนกลายเป็นยอดแหลมระเกะระกะคล้ายปราสาทในเทพนิยาย ภายในมีฟอสซิลอายุกว่า 480 ล้านปี ต้องนั่งเรือเข้าไปชมในช่วงน้ำลงเท่านั้น
ทะเลตะรุเตา หลีเป๊ะ และหมู่เกาะอันดามันใต้
สตูลคือประตูสู่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานทางทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำใสและปะการังสมบูรณ์ "เกาะหลีเป๊ะ" คือดาวเด่นที่คนทั่วโลกรู้จัก ด้วยหาดทรายขาวละเอียด อ่าวเงียบสงบ และแนวปะการังหน้าหาด มีที่พัก ร้านอาหาร และถนนคนเดิน Walking Street ครบครันสำหรับนักท่องเที่ยว
ถัดออกไปคือ "เกาะอาดัง-ราวี" เกาะคู่ที่ห่างกันเพียงราว 1 กิโลเมตร เกาะอาดังมีจุดชมวิวผาชะโดที่มองเห็นหลีเป๊ะได้ทั้งเกาะ ส่วนเกาะราวีเป็นจุดแวะเล่นน้ำและดำน้ำตื้น และที่พลาดไม่ได้คือ "เกาะหินงาม" หาดที่ปูด้วยก้อนหินสีดำมันวาวเรียงรายเต็มชายฝั่ง เกิดจากคลื่นกัดเซาะนับล้านปี มีตำนานคำสาปเจ้าพ่อตะรุเตาห้ามนำหินกลับบ้าน
นอกจากนี้ยังมีเกาะตะรุเตาที่เคยเป็นทัณฑสถานในอดีต ถ้ำจระเข้ และจุดดำน้ำร่องน้ำจาบังที่มีปะการังเจ็ดสีให้ดำน้ำลึก ทั้งหมดนี้ทำให้สตูลเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลแบบยังไม่ถูกพัฒนาจนเสียธรรมชาติ
พหุวัฒนธรรมและร่องรอยประวัติศาสตร์ในตัวเมือง
ในตัวเมืองสตูลมี "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล" หรือ "คฤหาสน์กูเด็น" อาคารสองชั้นสถาปัตยกรรมยุโรปผสมอิสลาม สร้างโดยอดีตเจ้าเมืองสตูลในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันจัดแสดงเรื่องราวภูมิหลังของจังหวัด ทั้งภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมไทยมุสลิมท้องถิ่น
ความเป็นเมืองพหุวัฒนธรรมเห็นได้ชัดจากชีวิตประจำวัน ชาวไทยมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ จึงมีเทศกาลฮารีรายอและเดือนถือศีลอดเป็นช่วงสำคัญของปี ขณะที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีนในตำบลฉลุงและพิมานก็ยังรักษาประเพณีและขนมโบราณของตนไว้ การอยู่ร่วมกันอย่างเคารพความต่างนี้เองที่ทำให้บรรยากาศเมืองสตูลอบอุ่นและเป็นกันเอง
ของกินขึ้นชื่อ: แกงตอแมะห์ ชาชัก และโรตีกลิ่นเครื่องเทศ
อาหารสตูลโดดเด่นด้วยกลิ่นเครื่องเทศแบบใต้ผสมมลายู เมนูพื้นถิ่นที่ต้องลองคือ "แกงตอแมะห์" อาหารของชาวไทยมุสลิม คำว่าตอแมะห์มาจาก "ตูมิห์" หมายถึงการผัดเครื่องแกงคลุกกับกะทิสดให้หอม นิยมกินคู่กับข้าวมันและอาจาดแตงกวา เป็นรสชาติที่หากินได้ยากนอกพื้นที่ชายแดนใต้
เครื่องดื่มประจำเมืองคือ "ชาชัก" ที่ว่ากันว่าร้านแรกในไทยเริ่มต้นที่สตูล โดยคิดขึ้นเพื่อกินคู่โรตีโดยเฉพาะ ชาชักสตูลเข้ากันดีกับโรตีแกงแพะ แกงไก่ หรือแกงเนื้อ บางร้านอย่างโรตีอาซิปบนถนนวัฒนธรรมที่เปิดมากว่า 40 ปี ยังมีเมนูแปลกอย่างโรตีนมแพะและโรตีแกงถั่วให้ลอง
ส่วนของหวานต้องลอง "ขนมบุหงาปูดะ" ขนมโบราณของชุมชนไทยเชื้อสายจีน ทำจากข้าวเหนียวผสมน้ำดอกอัญชันนึ่งกับกะทิ มักทำขึ้นในเทศกาลสำคัญ เช่น ฮารีรายอ งานแต่งงาน และพิธีทางศาสนา
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ฤดูที่ดีที่สุดสำหรับเที่ยวทะเลสตูลคือเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ช่วงนี้ทะเลสงบ น้ำใส เหมาะกับการดำน้ำและล่องเกาะ ส่วนหมู่เกาะอาดัง-ราวีและจุดดำน้ำในเขตอุทยานตะรุเตาจะปิดการท่องเที่ยวช่วงมรสุม ราวกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมของทุกปี จึงควรวางแผนล่วงหน้า
ถ้าอยากเที่ยวสายธรณีและถ้ำ ช่วงปลายฝนต้นหนาวก็ยังเที่ยวบนฝั่งได้ ทั้งถ้ำเลสเตโกดอนและปราสาทหินพันยอด เพียงต้องเช็กระดับน้ำขึ้นน้ำลงกับผู้ประกอบการเรือท้องถิ่นก่อน เพราะหลายจุดเข้าได้เฉพาะช่วงเวลาที่น้ำเหมาะสมเท่านั้น สตูลจึงเป็นจังหวัดที่ให้ทั้งทะเลสวยและบทเรียนธรณีวิทยามีชีวิตในทริปเดียว
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- อุทยานธรณีโลกสตูลเป็น UNESCO Global Geopark แห่งแรกของไทย รับรองเมื่อ 17 เมษายน 2561 และเป็นลำดับที่ 5 ของอาเซียน ครอบคลุม 4 อำเภอ พื้นที่ราว 2,597 ตร.กม.
- ชื่อ "สตูล" มาจากภาษามลายู "เซอตุล" แปลว่าต้นกระท้อน ความหมายเต็มคือ "เมืองแห่งพระสมุทรเทวา" ยกฐานะเป็นเมืองในสมัยรัชกาลที่ 3 พ.ศ. 2392
- ถ้ำเลสเตโกดอนเป็นถ้ำลอดน้ำยาวราว 3.4 กม. ตั้งชื่อตามฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์สเตโกดอนที่ค้นพบ นั่งเรือคายักลอดถ้ำได้
- ปราสาทหินพันยอดในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา มีฟอสซิลอายุกว่า 480 ล้านปี เข้าชมได้เฉพาะช่วงน้ำลง
- ทะเลหลีเป๊ะและหมู่เกาะอาดัง-ราวี เกาะหินงาม อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ปิดท่องเที่ยวบางเกาะช่วงมรสุม กลางพ.ค.-กลางต.ค.
- ของกินขึ้นชื่อ: แกงตอแมะห์ (อาหารไทยมุสลิม), ชาชัก (ว่ากันว่าร้านแรกในไทยอยู่ที่สตูล), โรตี และขนมบุหงาปูดะของชุมชนไทยเชื้อสายจีน
