สมุทรสาคร (มหาชัย) เมืองท่าปากแม่น้ำท่าจีน เที่ยวตลาดทะเล ไหว้พระสวมแว่น ชิมอาหารทะเลสด
สมุทรสาคร หรือที่คนทั่วไปเรียกติดปากว่า "มหาชัย" คือจังหวัดเล็ก ๆ ริมอ่าวไทยที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงราว 30 กิโลเมตร แต่บรรยากาศกลับต่างออกไปราวกับคนละโลก ที่นี่มีกลิ่นไอของทะเล เสียงเรือประมงเข้าออกปากแม่น้ำท่าจีนทั้งวัน และกองอาหารทะเลสด ๆ ที่เพิ่งขึ้นจากเรือวางขายเรียงรายตามแผง เป็นเมืองที่หล่อเลี้ยงครัวของคนทั้งประเทศมายาวนาน
เสน่ห์ของสมุทรสาครอยู่ที่ความเป็นเมืองท่าและเมืองประมงแท้ ๆ ไม่ได้แต่งเติมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจ๋า แต่เป็นวิถีชีวิตจริงที่นักเดินทางเข้ามาสัมผัสได้แบบใกล้ชิด ตั้งแต่ตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ไปจนถึงนาเกลือที่ทอดยาวสุดสายตาในช่วงหน้าแล้ง
ด้วยระยะทางที่ใกล้และขับรถถึงได้ใน 1 ชั่วโมง สมุทรสาครจึงเป็นปลายทางทริปวันเดียวที่ลงตัว ได้ทั้งไหว้พระ เดินตลาด ชิมของทะเล และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่น่าทึ่งเกินกว่าขนาดของจังหวัด
จากบ้านท่าจีนสู่เมืองมหาชัย: ความเป็นมาของสมุทรสาคร
ย้อนกลับไปสมัยกรุงศรีอยุธยา บริเวณปากแม่น้ำท่าจีนแห่งนี้เคยเป็นชุมชนค้าขายที่คึกคัก เรือสำเภาจากจีนและแหลมมลายูแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าแลกเปลี่ยนสินค้าจนเกิดเป็นย่านใหญ่ที่เรียกกันว่า "บ้านท่าจีน" ชื่อนี้สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ทางการค้ากับชาวจีนที่ฝังรากลึกในพื้นที่มาแต่โบราณ
ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ บ้านท่าจีนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "เมืองสาครบุรี" เมื่อ พ.ศ. 2099 เพื่อเป็นเมืองหน้าด่านชายทะเลและรวบรวมกำลังพลในยามศึก ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงโปรดให้เปลี่ยนชื่อเป็น "สมุทรสาคร" อันมีความหมายถึงเมืองแห่งทะเล
ส่วนชื่อ "มหาชัย" ที่คนคุ้นเคยนั้น แท้จริงเป็นชื่อคลองขุดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยพระเจ้าเสือ ที่ขุดขึ้นเพื่อลดความคดเคี้ยวของคลองโคกขาม เมื่อตัวเมืองเจริญขึ้นริมคลองสายนี้ ผู้คนจึงเรียกจังหวัดตามชื่อคลองว่ามหาชัยจนติดปากมาถึงทุกวันนี้
เดินตลาดทะเล ไหว้พระสวมแว่น: ที่เที่ยวที่ต้องไม่พลาด
หัวใจของการเที่ยวสมุทรสาครคือตลาดอาหารทะเล โดยเฉพาะ "ตลาดทะเลไทย" ตลาดค้าส่งอาหารทะเลขนาดใหญ่ระดับประเทศที่รับสินค้าจากเรือประมงขึ้นฝั่งทุกวัน กุ้ง หอย ปู ปลา สด ๆ ราคาต้นทาง ส่วน "ตลาดมหาชัย" ริมแม่น้ำท่าจีนก็เป็นตลาดเก่าคึกคักที่มีทั้งของทะเลสดและของแปรรูปให้เลือกซื้อเป็นของฝาก
ด้านศาสนสถาน "วัดโกรกกราก" เป็นไฮไลต์ที่แปลกตา ด้วยพระประธานที่สวมแว่นตาดำเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็นจุดถ่ายรูปและขอพรยอดนิยม ขณะที่ "วัดศรีสุทธาราม" หรือวัดกำพร้า ตั้งอยู่ริมปากอ่าวแม่น้ำท่าจีน มีหลวงพ่อดำพระพุทธรูปคู่วัดที่อยู่มากว่าร้อยปี ส่วน "วัดท่าไม้" ย่านบางหญ้าแพรก็เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์
อีกมุมที่น่าแวะคือ "หมู่บ้านนาเกลือโคกขาม" แหล่งทำนาเกลือสมุทรที่ทอดยาวสุดสายตา ในช่วงหน้าแล้งจะเห็นภาพชาวนาเกลือกวาดเกลือเป็นกองขาวสะอาดตา เป็นวิถีภูมิปัญญาที่หาดูได้ยากและเหมาะกับการถ่ายภาพยามเย็น
ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมือง และท่าฉลอม สุขาภิบาลแห่งแรกของไทย
งานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสมุทรสาครคือ "งานแห่เจ้าพ่อหลักเมือง" จัดขึ้นช่วงขึ้น 11 ค่ำ เดือน 5 ตามปฏิทินจีนของทุกปี องค์เจ้าพ่อหลักเมืองหรือเจ้าพ่อวิเชียรโชติ ทำจากไม้โพธิ์แกะสลักลักษณะคล้ายพระสยามเทวาธิราช จะถูกอัญเชิญประทับเกี้ยวแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ ให้ชาวมหาชัยและท่าฉลอมสองฝั่งแม่น้ำได้สักการะบูชา สะท้อนความเชื่อแบบไทย-จีนที่ผสานกลมกลืน
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจทางประวัติศาสตร์คือ "ท่าฉลอม" ชุมชนฝั่งตรงข้ามตัวเมือง ที่ได้รับการยกฐานะเป็น "สุขาภิบาลท่าฉลอม" เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นับเป็นสุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองท้องถิ่นแบบสมัยใหม่ และวันที่ 18 มีนาคมจึงกลายเป็น "วันท้องถิ่นไทย" จนถึงปัจจุบัน
อาหารทะเลสดและของขึ้นชื่อเมืองมหาชัย
มาถึงเมืองประมงทั้งที ต้องลองอาหารทะเลสด ๆ เป็นอันดับแรก ร้านอาหารทะเลแถวมหาชัยและนาเกลือโคกขามขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบที่เพิ่งขึ้นจากเรือ ไม่ว่าจะเป็นปูม้านึ่ง กุ้งเผา หอยแครงลวก ปลากะพงทอดน้ำปลา หรือกั้งสด ราคาย่อมเยากว่าในเมืองหลวงมาก
นอกจากของสดแล้ว สมุทรสาครยังเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลแปรรูปสำคัญของไทย ทั้งกะปิ น้ำปลา ปลาเค็ม ปลาหมึกแห้ง และกุ้งแห้ง ที่ส่งขายทั่วประเทศ เกลือสมุทรจากนาเกลือโคกขามก็เป็นวัตถุดิบพื้นถิ่นที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและการดอง ของฝากเหล่านี้หาซื้อได้ง่ายตามตลาดมหาชัยและตลาดทะเลไทย เหมาะติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
สมุทรสาครเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่ลงตัวที่สุดคือฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบายเหมาะกับการเดินตลาดและริมแม่น้ำ ส่วนใครอยากเห็นภาพนาเกลือเป็นกองขาวสวยควรมาในหน้าแล้งตั้งแต่ปลายปีถึงต้นปี ขณะที่ผู้สนใจประเพณีควรเช็กปฏิทินงานแห่เจ้าพ่อหลักเมืองช่วงเดือน 5 ตามจันทรคติจีน
เกร็ดน่ารู้คือการข้ามฟากจากตัวเมืองมหาชัยไปท่าฉลอมยังนิยมนั่งเรือข้ามฟากเล็ก ๆ ที่ให้บรรยากาศเมืองท่าแบบดั้งเดิม และที่สถานีรถไฟมหาชัยยังเป็นปลายทางของทางรถไฟสายแม่กลองช่วงแรก ก่อนต้องลงเรือข้ามไปต่อรถไฟอีกช่วงที่บ้านแหลม ทำให้การเดินทางมาสมุทรสาครด้วยรถไฟเป็นประสบการณ์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวสำหรับนักเดินทางสายช้า ๆ
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ชื่อเดิมคือ "บ้านท่าจีน" และ "เมืองสาครบุรี" ก่อนรัชกาลที่ 4 เปลี่ยนเป็น "สมุทรสาคร"; คนทั่วไปเรียก "มหาชัย" ตามชื่อคลองขุดสมัยพระเจ้าเสือ
- ท่าฉลอมได้รับยกฐานะเป็นสุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของไทย เมื่อ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448 ในรัชกาลที่ 5 ต้นกำเนิด "วันท้องถิ่นไทย"
- ตลาดทะเลไทยและตลาดมหาชัยริมแม่น้ำท่าจีน เป็นตลาดค้าส่งอาหารทะเลสดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
- วัดโกรกกรากมีพระประธานสวมแว่นตาดำเป็นเอกลักษณ์ ส่วนวัดศรีสุทธาราม (วัดกำพร้า) มีหลวงพ่อดำอายุกว่า 100 ปี ริมปากอ่าวท่าจีน
- ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมือง (เจ้าพ่อวิเชียรโชติ) จัดช่วงขึ้น 11 ค่ำ เดือน 5 จีน แห่ทั้งทางบกและทางน้ำสองฝั่งมหาชัย-ท่าฉลอม
- หมู่บ้านนาเกลือโคกขามเป็นแหล่งทำนาเกลือสมุทรและของฝากแปรรูป กะปิ น้ำปลา กุ้งแห้ง ที่ส่งขายทั่วประเทศ
