ระนอง เมืองฝนแปดแดดสี่ ออนเซ็นกลางเมือง ประตูสู่อันดามันที่ยังไม่พลุกพล่าน

ระนอง (Ranong) • ภาคใต้ระนอง
ระนอง — เกาะพยาม
ภาพประกอบ ระนองเกาะพยาม (ที่มา: Wikimedia Commons) · เครดิตรูปภาพ

ระนองเป็นจังหวัดที่คนมักขับรถผ่านระหว่างมุ่งหน้าลงใต้ไปภูเก็ตหรือพังงา ทั้งที่จริงแล้วเมืองเล็กริมทะเลอันดามันแห่งนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาที่ไหนไม่ได้ ระนองได้ฉายาว่า "เมืองฝนแปดแดดสี่" เพราะมีฝนตกชุกราวแปดเดือนต่อปี และมีแดดออกชัดเจนเพียงสี่เดือน ฝนที่ตกหนักเกือบทั้งปีทำให้ป่าเขียวชอุ่ม น้ำตกเต็มไหล และอากาศชื้นเย็นสบายต่างจากจังหวัดอื่นในภาคใต้

สิ่งที่ทำให้ระนองพิเศษกว่าใครคือ เป็นเมืองที่มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติผุดขึ้นกลางเมือง คนระนองจึงมีวัฒนธรรมการแช่น้ำแร่แบบออนเซ็นที่อยู่คู่ชีวิตประจำวันมานานนับร้อยปี ขณะเดียวกันก็เป็นจังหวัดที่แคบที่สุดของคาบสมุทรไทยตรงคอคอดกระ และเป็นด่านหน้าติดชายแดนเมียนมาที่ปากน้ำ

เบื้องหลังความเงียบสงบของระนองยังซ่อนเรื่องราวของเมืองดีบุกที่เคยรุ่งเรือง สร้างโดยตระกูลพ่อค้าจีนฮกเกี้ยนผู้กลายมาเป็นเจ้าเมือง ทิ้งมรดกเป็นจวนเก่า บ้านโบราณ และพระพุทธรูปดีบุกองค์ใหญ่ที่สุดในโลกไว้ให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจจนถึงทุกวันนี้

จากเหมืองดีบุกสู่เมืองระนอง: มรดกตระกูล ณ ระนอง

ประวัติของระนองแยกไม่ออกจากแร่ดีบุก ในปลายสมัยรัชกาลที่ 3 ชาวจีนฮกเกี้ยนผู้อพยพนามว่า "คอซู้เจียง" เดินทางเข้ามาประมูลผูกขาดอากรดีบุกเมืองระนองและเมืองตระ เมื่อ พ.ศ. 2389 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น "หลวงรัตนเศรษฐี" ก่อนจะไต่เต้าจนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี" ในสมัยรัชกาลที่ 5 และกลายเป็นต้นสกุล "ณ ระนอง" ที่สืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน

ความมั่งคั่งจากดีบุกทิ้งร่องรอยไว้ทั่วเมือง นักท่องเที่ยวสามารถไปชมจวนเจ้าเมืองระนอง และไหว้สุสานคอซู้เจียงบนเนินเขา รวมถึงแวะ "บ้านร้อยปีเทียนสือ" บ้านไม้สถาปัตยกรรมจีนผสมตะวันตกที่สร้างราว พ.ศ. 2433 โดยนายเทียนสือ หลานเขยของคอซู้เจียง เล่ากันว่าสมัยก่อนเทียนสือร่ำรวยถึงขนาดชวนลูกหลานมานั่งนับเหรียญในสวนกลางบ้าน บ้านหลังนี้จึงเปรียบเหมือนคลังกลางใจเมืองระนอง

ใครอยากเข้าใจรากเหง้าของเมืองให้ลึกขึ้น แนะนำให้แวะศูนย์มรดกดีบุกสยาม ที่บอกเล่าวิธีทำเหมืองฉีด ซึ่งใช้แรงดันน้ำฉีดพังหน้าดินเพื่อกู้แร่ดีบุก อันเป็นเทคนิคที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจระนองมายาวนาน

ออนเซ็นกลางเมือง: บ่อน้ำร้อนรักษะวารินที่ไม่มีกำมะถัน

ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ของระนองคือ บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน ในสวนสาธารณะรักษะวาริน ตำบลเขานิเวศน์ กลางเมืองระนอง จุดเด่นที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือเป็นน้ำแร่ธรรมชาติร้อนที่ "ไม่มีสารกำมะถันเจือปน" จึงไม่มีกลิ่นเหม็นเหมือนบ่อน้ำร้อนทั่วไป มีทั้งบ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก อุณหภูมิกำลังเหมาะให้แช่ตัวคลายเมื่อยโดยไม่ต้องกลัวร้อนเกินไป

ด้วยทรัพยากรน้ำแร่นี้ ระนองจึงพัฒนาเป็นเมืองสุขภาพ มีรีสอร์ตและสปาออนเซ็นหลายแห่งที่ดึงน้ำแร่ธรรมชาติมาใช้ การแช่น้ำร้อนกลายเป็นวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวสามารถมาร่วมสัมผัสได้ บางบ่อเปิดให้แช่เท้าฟรี เดินเล่นชิลล์ ๆ ในสวนร่มรื่นได้ทั้งวัน

ธรรมชาติอันดามัน: เกาะพยาม ภูเขาหญ้า และหลวงพ่อดีบุก

สำหรับคนรักทะเล เกาะพยามคือสวรรค์ที่ยังเงียบสงบ เป็นเกาะใหญ่อันดับสองของระนอง มีหาดสวยหลายหาด เช่น อ่าวใหญ่ อ่าวเขาควาย และอ่าวแม่หม้าย บรรยากาศเรียบง่าย ไม่มีรถยนต์ เน้นมอเตอร์ไซค์และจักรยาน เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานอนฟังเสียงคลื่น

บนฝั่ง ภูเขาหญ้า หรือเขาหัวล้าน ในตำบลหงาว เป็นแลนด์มาร์กแปลกตา เพราะเป็นภูเขาที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้น พอถึงฤดูฝนหญ้าจะเขียวขจีคลุมทั้งแนวเขา คนระนองนิยมมานั่งรับลมตอนเย็น ปิกนิก และถ่ายรูป ใกล้กันคือวัดบ้านหงาว ที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อดีบุก" พระพุทธรูปหล่อจากแร่ดีบุกที่ใหญ่ที่สุดในโลก สื่อความหมายว่าความ "ดี" ที่ "บุก" เอาชนะความชั่ว ภายในวัดยังมีวังมัจฉาที่มีปลาน้ำจืดตัวใหญ่จำนวนมาก และน้ำตกหงาวที่ไหลลงมาสวยงามในหน้าฝน

ส่วนคนชอบเกร็ดภูมิศาสตร์ ห้ามพลาดคอคอดกระ ในอำเภอกระบุรี ซึ่งเป็นจุดที่แคบที่สุดของคาบสมุทรมลายู กว้างเพียงราว 44 กิโลเมตร เป็นทำเลที่ถูกพูดถึงเรื่องโครงการขุดคลองเชื่อมสองฝั่งทะเลมานานหลายยุค

ของกินของฝาก: กาหยูเมืองหงาว กับซาลาเปาทับหลี

ของขึ้นชื่อที่สุดของระนองคือ "กาหยู" หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งถูกนำเข้ามาปลูกในระนองตั้งแต่ พ.ศ. 2444 กาหยูของตำบลหงาวมีชื่อเสียงมากเพราะใช้วิธีเผาแบบโบราณ ทำให้ได้รสหอม หวาน กรอบ และเม็ดอวบโต จนระนองจัดงานกาหยูเป็นเทศกาลประจำจังหวัด ร้านของฝากแถวทางเข้าวัดบ้านหงาวมีกาหยูหลากรสให้เลือกซื้อกลับบ้าน

อีกหนึ่งของกินในตำนานคือ "ซาลาเปาทับหลี" ที่ได้ชื่อจากหมู่บ้านทับหลีในอำเภอกระบุรี เป็นซาลาเปาแป้งนุ่มไส้แน่นที่ขายกันริมทางจนกลายเป็นจุดแวะพักยอดฮิตของคนเดินทางผ่านระนอง นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลสด ๆ จากปากน้ำ และขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้รสจัดจ้านให้ลิ้มลอง

ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้

เพราะเป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวระนองมากที่สุดคือราวเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ซึ่งเป็นหน้าแล้งฟ้าใส เหมาะกับการนั่งเรือออกเกาะพยามและทำกิจกรรมทางทะเล ส่วนหน้าฝนกลับมีเสน่ห์อีกแบบ เพราะน้ำตกเต็มไหลและภูเขาหญ้าเขียวขจีสวยที่สุด

ระนองยังเป็นประตูสู่เมียนมา ที่ปากน้ำระนองมีท่าเรือข้ามไปยังเกาะสอง (Kawthaung) ฝั่งเมียนมาได้ และเป็นจุดเริ่มต้นของทัวร์เกาะหัวใจมรกตที่นักดำน้ำหลายคนใฝ่ฝัน ด้วยตำแหน่งที่ตั้งติดทะเลและชายแดน บวกกับวัฒนธรรมไทย-จีน-เมียนมาที่ผสมผสาน ทำให้ระนองเป็นเมืองรองที่มีมิติให้สำรวจมากกว่าที่หลายคนคาดคิด

เกร็ดน่ารู้สำคัญ

เล่นเกมรู้จักจังหวัดนี้

ลองเล่นกับจังหวัดไหน →

จังหวัดใกล้เคียง