ภูเก็ต: ไข่มุกอันดามัน เมืองเหมืองแร่ บาบ๋า-ย่าหยา และหาดทรายระดับโลก

ภูเก็ต (Phuket) • ภาคใต้ภูเก็ต
ภูเก็ต — หาดป่าตอง
ภาพประกอบ ภูเก็ตหาดป่าตอง (ที่มา: Wikimedia Commons) · เครดิตรูปภาพ

ภูเก็ตคือเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย วางตัวอยู่กลางทะเลอันดามันทางฝั่งตะวันตกของภาคใต้ เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพานสารสินเพียงเส้นเดียว แต่เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่หาดทรายขาวและน้ำทะเลสีเทอร์คอยซ์ที่คนทั่วโลกรู้จัก เพราะลึกลงไปกว่านั้น ภูเก็ตคือเมืองท่าเก่าแก่ที่ความมั่งคั่งครั้งหนึ่งหลั่งไหลมาจากใต้ดิน นั่นคือ "แร่ดีบุก" ที่เคยทำให้เกาะเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นดินแดนของเศรษฐีและเถ้าแก่เหมือง

เดินเข้าไปในย่านเมืองเก่า แล้วคุณจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกยุคหนึ่ง ตึกแถวสองชั้นทาสีพาสเทล ซุ้มโค้ง หน้าต่างบานเกล็ดไม้แบบชิโน-ยูโรเปียน และคำพูดติดปากของคนที่นี่ที่ปนสำเนียงจีนฮกเกี้ยน ทั้งหมดนี้คือมรดกของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาทำเหมือง แต่งงานกับคนพื้นถิ่น จนก่อเกิดวัฒนธรรมลูกผสมที่เรียกว่า "เพอรานากัน" หรือที่คนภูเก็ตเรียกกันเองว่า บาบ๋า-ย่าหยา

ภูเก็ตจึงไม่ใช่แค่เมืองตากอากาศ แต่เป็นเมืองที่มีจิตวิญญาณ มีอาหารที่อร่อยจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก มีประเพณีศรัทธาที่เข้มข้นอย่างถือศีลกินผัก และมีเรื่องเล่าซ่อนอยู่ในทุกตรอกซอกซอย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักภูเก็ตให้ลึกกว่าการนอนอาบแดดริมหาด

จากเมืองแร่ดีบุกสู่ไข่มุกอันดามัน

ก่อนจะเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ภูเก็ตคือเมืองเหมืองแร่ดีบุกที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ในช่วงปลายราชวงศ์ชิงและสมัยสงครามฝิ่น ชาวจีนฮกเกี้ยนจากมณฑลฮกเกี้ยนอพยพหนีความอดอยากและความวุ่นวายลงเรือสำเภามาขายแรงงานเป็นกรรมกรเหมืองที่ภูเก็ต หลายคนเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ด้วยความขยันและหัวการค้า บางคนไต่เต้าจนกลายเป็นเจ้าของเหมือง สร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เรียกว่า "อังมอเหลา" ซึ่งยังหลงเหลือให้ชมจนทุกวันนี้

เมื่อชายชาวจีนเหล่านี้แต่งงานกับหญิงพื้นถิ่นไทยและมลายู ลูกหลานที่เกิดมาจึงกลายเป็นคนสองวัฒนธรรม ผู้ชายเรียกว่า "บาบ๋า" ผู้หญิงเรียกว่า "ย่าหยา" (หรือโญญา) คำว่าเพอรานากันแปลว่า "ฉันเกิดที่นี่" สะท้อนตัวตนของคนที่ไม่ใช่ทั้งจีนแท้และไม่ใช่ไทยแท้ แต่เป็นภูเก็ตโดยสมบูรณ์ มรดกนี้ปรากฏชัดในชุดแต่งกาย อาหาร และสถาปัตยกรรมตึกแถวชิโน-โปรตุกีสตลอดถนนถลาง ถนนดีบุก และถนนพังงา

หาดทราย แหลมพรหมเทพ และพระใหญ่บนยอดเขา

ด้านชายหาด หาดป่าตองคือแลนด์มาร์กที่คึกคักที่สุด เป็นศูนย์รวมความบันเทิง ร้านอาหาร และกิจกรรมทางน้ำครบวงจร ส่วนใครที่อยากได้ความสงบกว่า หาดกะตะ หาดกะรน และหาดในหานก็มีน้ำใสทรายขาวไม่แพ้กัน แต่จุดที่ห้ามพลาดคือ "แหลมพรหมเทพ" ปลายสุดทางใต้ของเกาะ ที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยที่สุดของภูเก็ต ยามเย็นผู้คนจะมารอชมดวงอาทิตย์ค่อยๆ จมลงสู่ทะเลอันดามันพร้อมกัน

เหนือเกาะขึ้นไปบนยอดเขานาคเกิด ประดิษฐาน "พระใหญ่ภูเก็ต" หรือพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี พระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาวบริสุทธิ์ที่ทำจากหินอ่อนพม่า องค์สูงราว 45 เมตร มองเห็นได้จากหลายมุมของเกาะ เมื่อขึ้นไปถึงยอดจะได้วิวภูเก็ตแบบ 360 องศา ทั้งอ่าวฉลองและทะเลกว้าง อีกหนึ่งหมุดหมายทางศรัทธาคือ "วัดฉลอง" หรือวัดไชยธาราราม วัดคู่บ้านคู่เมืองที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อแช่ม พระเกจิผู้เป็นที่เคารพมาแต่อดีต

ถือศีลกินผัก ศรัทธาที่สั่นสะเทือนทั้งเมือง

หากมีประเพณีหนึ่งที่เป็นหัวใจของภูเก็ต นั่นคือ "ประเพณีถือศีลกินผัก" หรือเทศกาลกินเจที่สืบทอดมานานเกือบ 200 ปี ตำนานเล่าว่ามีคณะงิ้วชาวจีนฮกเกี้ยนเดินทางมาแสดงในพื้นที่เหมืองแร่ที่อำเภอกะทู้ แล้วเกิดล้มป่วยด้วยโรคระบาด จึงตั้งจิตถือศีลกินเจบูชาเทพเจ้าจนหายป่วย ชาวภูเก็ตจึงยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปีในช่วงเดือนตุลาคม (ตามปฏิทินจีน ขึ้น 1-9 ค่ำเดือน 9)

ช่วงเก้าวันนี้ทั้งเมืองจะนุ่งขาวห่มขาว ร้านรวงติดธงเหลือง งดเนื้อสัตว์อย่างเคร่งครัด ไฮไลต์คือพิธีแห่พระรอบเมืองและการแสดงอิทธิฤทธิ์ของ "ม้าทรง" ที่ทำให้คนทั้งโลกรู้จัก โดยศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง บนซอยภูธร ถนนระนอง เป็นอ๊ามที่ใหญ่และมีม้าทรงมากที่สุดแห่งหนึ่ง บรรยากาศของควันธูป เสียงประทัด และพลังศรัทธาในช่วงนี้คือภาพจำที่หาดูที่ไหนไม่ได้

อาหารเมืองภูเก็ต มรดกฮกเกี้ยนบนจาน

ปี 2558 ภูเก็ตได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็น "เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร" (UNESCO Creative City of Gastronomy) แห่งแรกของไทย เพราะอาหารที่นี่คือการผสมผสานรสมือฮกเกี้ยน ไทย และมลายูอย่างลงตัว เมนูที่ต้องลองคือ "หมี่ฮกเกี้ยน" เส้นหมี่เหลืองเส้นใหญ่ผัดกับซีอิ๊ว หมู กุ้ง หมึก และผักกวางตุ้ง รสกลมกล่อมแบบที่หากินที่อื่นไม่ได้

ของว่างยอดฮิตอย่าง "โอต๊าว" หรือโอวต้าว หน้าตาคล้ายหอยทอดแต่ผสมเผือกและเต้าส่วนจนเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ส่วน "โลบะ" คือเครื่องในและของทอดราดซอสสูตรเบ๊หัง กินกับน้ำจิ้มรสจัด ปิดท้ายด้วยของหวานคลายร้อนอย่าง "โอ้เอ๋ว" วุ้นใสจากเมล็ดพืชราดน้ำแดงและน้ำแข็งไส กับ "อาโป้ง" ขนมแป้งกรอบขอบบาง และอย่าลืมจิบ "โกปี้" กาแฟโบราณสไตล์ภูเก็ตในร้านกาแฟเก่าแก่กลางเมืองเก่า

ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้

ภูเก็ตอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน ฤดูกาลจึงต่างจากฝั่งอ่าวไทย ช่วงที่เหมาะที่สุดคือเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ซึ่งเป็นหน้าแล้ง ฟ้าใส ทะเลสงบ คลื่นลมน้อย เหมาะแก่การเล่นน้ำและนั่งเรือออกเกาะ ส่วนช่วงพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นหน้ามรสุม ฝนตกบ่อยและคลื่นแรง บางหาดจะปักธงแดงห้ามลงเล่นน้ำเพื่อความปลอดภัย

เกร็ดเล็กๆ ที่หลายคนไม่รู้ ภูเก็ตเป็นจังหวัดเดียวของไทยที่เป็นเกาะทั้งจังหวัด และในอดีตเคยถูกเรียกในแผนที่ฝรั่งว่า "จังซีลอน" (Junk Ceylon) นอกจากนี้ที่อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงวีรกรรมสองพี่น้องที่รวบรวมชาวเมืองถลางต่อสู้ป้องกันเมืองจากการรุกรานของพม่าได้สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2328 ภูเก็ตจึงเป็นเมืองที่มีทั้งความสนุก ความอร่อย และประวัติศาสตร์อันน่าภูมิใจซ่อนอยู่ในทุกย่างก้าว

เกร็ดน่ารู้สำคัญ

เล่นเกมรู้จักจังหวัดนี้

ลองเล่นกับจังหวัดไหน →

จังหวัดใกล้เคียง