เที่ยวแพร่ เมืองไม้สัก ผ้าหม้อห้อม และแพะเมืองผี ครบทุกเสน่ห์เมืองรองภาคเหนือ
ถ้าจะมีจังหวัดภาคเหนือสักแห่งที่ยังเก็บกลิ่นอายเมืองเก่าเอาไว้ได้แบบไม่ปรุงแต่ง แพร่คือคำตอบนั้น เมืองเล็ก ๆ ในหุบเขาที่คนมักขับรถผ่านเพื่อไปน่านหรือเชียงใหม่ แต่พอได้แวะลงจริง ๆ กลับพบว่าแพร่ซ่อนของดีไว้เต็มไปหมด ตั้งแต่คฤหาสน์ไม้สักอายุร้อยปีที่ยังตั้งตระหง่านกลางเมือง ไปจนถึงผืนผ้าสีครามเข้มที่ชาวบ้านยังย้อมมือกันอยู่ทุกวัน
คำขวัญประจำจังหวัด "หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม" สรุปตัวตนของเมืองนี้ได้ครบในประโยคเดียว ทั้งงานฝีมือ ตำนานรัก ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ ธรรมชาติแปลกตา และอัธยาศัยของผู้คน
แพร่เป็นหนึ่งในหัวเมืองล้านนาเก่าที่เคยรุ่งเรืองจากป่าไม้สัก ความมั่งคั่งในยุคสัมปทานทำให้เกิดบ้านเรือนไม้สักงดงามจำนวนมากที่ยังหลงเหลือมาถึงทุกวันนี้ เดินเล่นในเขตเมืองเก่าที่ยังมีกำแพงดินและคูเมืองล้อมรอบ จะรู้สึกได้ถึงจังหวะชีวิตที่ช้าลงและอบอุ่นแบบที่หาได้ยากในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม
ความเป็นมา: หัวเมืองล้านนาที่รุ่งเรืองด้วยไม้สัก
แพร่เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีพัฒนาการมายาวนานในฐานะหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรล้านนา เดิมเรียกกันหลายชื่อ เช่น เมืองพล นครพล และโกศัยนคร เขตเมืองเก่ายังคงรูปผังเป็นรูปไข่ มีกำแพงดินและคูเมืองล้อมรอบให้เห็นเค้าโครงจนถึงปัจจุบัน
จุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองคือยุคสัมปทานป่าไม้ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อบริษัทค้าไม้ทั้งของชาวตะวันตกและชาวพม่าเข้ามาทำไม้สักในป่าแพร่ เงินทองที่ไหลเข้าเมืองทำให้เจ้านายและคหบดีสร้างคุ้มและบ้านเรือนไม้สักหลังใหญ่ขึ้นมากมาย จนแพร่ได้ชื่อว่าเป็น "เมืองไม้สัก" และวิสัยทัศน์ของจังหวัดเองก็ยังชูคำว่า เมืองไม้สัก วิถีชีวิตวัฒนธรรมล้านนา
มรดกจากยุคนั้นที่เด่นที่สุดคือคุ้มเจ้าหลวง อาคารสองชั้นทรงยุโรปผสมล้านนา มีประตูหน้าต่างรวมถึง 72 บาน ประดับลวดลายไม้ฉลุอ่อนช้อย สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ตอนต้น และเคยใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คราวเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรเมืองแพร่
สถานที่ที่ต้องไป: ช่อแฮ แพะเมืองผี และบ้านไม้สักร้อยปี
หมุดหมายแรกของคนมาแพร่คือวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวงบนเนินเขาช่อแฮ องค์พระธาตุบุด้วยทองดอกบวบเหลืองอร่าม สันนิษฐานว่าสร้างราว พ.ศ. 1879-1881 สมัยพระมหาธรรมราชาลิไท เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล (ปีเสือ) ที่ชาวเหนือนิยมเดินทางมานมัสการ
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือวนอุทยานแพะเมืองผี ตำบลน้ำชำ พื้นที่กว่า 167 ไร่ที่ดินและหินทรายถูกน้ำและลมกัดเซาะจนกลายเป็นเสาดินและหน้าผารูปทรงประหลาดราวกับเมืองในเทพนิยาย เข้าชมได้ฟรี อยู่ห่างจากตัวเมืองตามทางหลวงสายแพร่-น่าน (ทล.101) ไม่ไกล
ในเขตเมืองยังมีบ้านวงศ์บุรี หรือ "บ้านสีชมพู" คฤหาสน์ไม้สักอายุกว่า 100 ปี ทาสีชมพูหวานประดับไม้ฉลุ ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ใกล้กันคือวัดจอมสวรรค์ที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังในสถาปัตยกรรมแบบพม่า หลังคาซ้อนชั้นงดงาม และวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร พระอารามหลวงกลางเมืองที่รวมวัดพระบาทกับวัดมิ่งเมืองเข้าด้วยกัน
วัฒนธรรมและประเพณี: ตุงหลวง สลากหลวง และตำนานพระลอ
งานบุญใหญ่ประจำเมืองคือประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง จัดในช่วงขึ้น 9 ค่ำ ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ (เดือน 4 ใต้) ราวเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม มีขบวนแห่ตุงหลวงขนาดมหึมา การฟ้อนรำ และผู้คนหลั่งไหลมาสรงน้ำองค์พระธาตุกันทั้งจังหวัด
อีกประเพณีที่สะท้อนรากล้านนาคือ "กิ๋นสลากหลวง" หรือตานก๋วยสลาก ประเพณีทำบุญถวายทานที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ คณะศรัทธาจากตำบลและหมู่บ้านต่าง ๆ จะนำก๋วยสลากมารวมกันที่วัด เป็นทั้งงานบุญและงานรวมญาติของชุมชน ส่วนที่อำเภอวังชิ้นยังมีประเพณีแห่น้ำช้างที่เก่าแก่หลายร้อยปี
แพร่ยังเป็นถิ่นของวรรณคดีรักอมตะ "พระลอ" ตามคำขวัญ "ถิ่นรักพระลอ" เรื่องรักโศกของพระลอกับพระเพื่อนพระแพง ที่เชื่อกันว่ามีฉากอยู่ในดินแดนแถบนี้ ทำให้เมืองแพร่ผูกพันกับตำนานความรักจนกลายเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง
อาหารและของขึ้นชื่อ: ผ้าหม้อห้อมและรสมือเมืองเหนือ
ของฝากที่เป็นหน้าเป็นตาของแพร่ที่สุดคือผ้าหม้อห้อม ผ้าฝ้ายย้อมครามสีกรมท่าเข้มที่เป็นภูมิปัญญาของชาวไทพวน แหล่งผลิตดั้งเดิมและใหญ่ที่สุดอยู่ที่บ้านทุ่งโฮ้ง ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง ซึ่งพัฒนาเป็นหมู่บ้าน OTOP เชิงหัตถกรรม นักท่องเที่ยวสามารถลองย้อมผ้าด้วยมือตัวเองและเลือกซื้อเสื้อผ้าหม้อห้อมร่วมสมัยได้
ด้านของกิน แพร่มีรสมือแบบเมืองเหนือแท้ ๆ ขนมจีนน้ำใส (ขนมเส้นน้ำใส) โดยเฉพาะแถบอำเภอสองขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปใสรสกลมกล่อม กินคู่ผักพื้นบ้าน นอกจากนี้ยังมีข้าวซอย น้ำพริกหนุ่มกับแคบหมู และอาหารพื้นถิ่นล้านนาอีกหลากหลายตามตลาดเช้าในตัวเมือง
ของฝากกลุ่มอื่น ๆ ที่หาได้ในแพร่ยังมีงานไม้สักแกะสลัก เฟอร์นิเจอร์ไม้ และผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากชุมชน ซึ่งล้วนต่อยอดจากทุนวัฒนธรรมเรื่องไม้สักและการย้อมผ้าที่อยู่คู่เมืองนี้มานาน
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวแพร่ที่สุดคือฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบายกำลังดีสำหรับเดินชมเมืองเก่าและขึ้นไหว้พระธาตุช่อแฮ และยังตรงกับช่วงงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮแห่ตุงหลวงในต้นปีพอดี
แพร่เป็นเมืองที่เที่ยวได้สบาย ๆ ตัวเมืองไม่ใหญ่ ปั่นจักรยานหรือขับรถวนชมคุ้มและวัดสำคัญได้ภายในวันเดียว เหมาะกับการแวะพักระหว่างทางสู่จังหวัดน่าน หรือทำเป็นทริปเที่ยวเมืองรองแบบช้า ๆ ที่ไม่ต้องแย่งกันถ่ายรูป
เกร็ดเล็ก ๆ ที่น่ารู้คือ คนแพร่ภูมิใจกับคำว่า "คนแพร่นี้ใจงาม" ในคำขวัญมาก ความเป็นมิตรและการต้อนรับแบบบ้าน ๆ คือเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนที่ตั้งใจแค่แวะผ่าน กลับอยากกลับมาอีกครั้ง
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- คำขวัญประจำจังหวัด: "หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม"
- วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล (ปีเสือ) สันนิษฐานสร้างราว พ.ศ. 1879-1881
- แพะเมืองผี วนอุทยานเสาดินหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติ พื้นที่กว่า 167 ไร่ ที่ตำบลน้ำชำ เข้าชมฟรี
- คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ อาคารไม้สักลายฉลุสมัยรัชกาลที่ 5 มีประตูหน้าต่าง 72 บาน เคยเป็นที่ประทับแรมของในหลวงรัชกาลที่ 9
- ผ้าหม้อห้อมย้อมครามภูมิปัญญาชาวไทพวน แหล่งผลิตดั้งเดิมและใหญ่ที่สุดอยู่ที่บ้านทุ่งโฮ้ง หมู่บ้าน OTOP เชิงหัตถกรรม
- เมืองไม้สักแห่งล้านนา มีบ้านวงศ์บุรี (บ้านสีชมพู) และวัดจอมสวรรค์ไม้สักทั้งหลังสไตล์พม่า เป็นมรดกสถาปัตยกรรมจากยุคสัมปทานป่าไม้
