พิษณุโลก เมืองสองแคว ถิ่นพระพุทธชินราช แดนสมเด็จพระนเรศวร เที่ยวครบทั้งวัด ภูเขา และซากุระเมืองไทย
พิษณุโลกเป็นเมืองที่คนไทยรู้จักชื่อมาตั้งแต่เด็ก แต่หลายคนกลับขับรถผ่านเลยไปขึ้นเหนือหรือลงอีสานโดยไม่ได้แวะ ทั้งที่จริงแล้วเมืองนี้คือชุมทางทางวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ที่หายาก จุดที่แม่น้ำน่านไหลผ่ากลางเมือง จุดที่ภาคเหนือตอนล่างบรรจบกับที่ราบภาคกลาง และจุดที่ประวัติศาสตร์สุโขทัย-อยุธยาทับซ้อนกันอยู่ใต้ผังเมืองปัจจุบัน
ชื่อเก่าของพิษณุโลกคือ เมืองสองแคว เพราะตัวเมืองตั้งขนาบด้วยลำน้ำสองสาย คือแม่น้ำน่านและแม่น้ำแควน้อย ความเป็นเมืองริมน้ำนี้ยังเห็นได้ชัดจนทุกวันนี้ เพราะแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของเมือง ทั้งวัดพระพุทธชินราชและพระราชวังจันทน์ ล้วนตั้งอยู่คนละฝั่งแม่น้ำน่าน และวิถีกินอยู่ของคนเมืองก็ยังผูกกับสายน้ำ ถึงขั้นมีก๋วยเตี๋ยวที่ต้องนั่งห้อยขาลงไปทางแม่น้ำกินกันเลยทีเดียว
เสน่ห์ของพิษณุโลกคือเที่ยวได้สองแบบในจังหวัดเดียว ตื่นเช้าเข้าเมืองกราบพระคู่บ้านคู่เมือง เดินดูโบราณสถานสมัยพระนเรศวร พอบ่ายขับรถขึ้นเขาไปนอนรับลมหนาวบนภูหินร่องกล้า หรือไปชมทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทยที่ทุ่งแสลงหลวง บทความนี้พาไปรู้จักพิษณุโลกแบบเจาะจงสถานที่จริง ของจริง ที่ทำให้เมืองนี้ไม่ใช่แค่ทางผ่าน
เมืองสองแคว: จากเมืองหน้าด่านสุโขทัย สู่บ้านเกิดพระนเรศวร
พิษณุโลกเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีร่องรอยตั้งแต่สมัยขอม ก่อนจะรุ่งเรืองขึ้นในยุคสุโขทัยในฐานะเมืองสำคัญฝั่งตะวันออก ชื่อ สองแคว มาจากทำเลของเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำน่านกับแม่น้ำแควน้อย ทำให้เป็นชัยภูมิและเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่ดีเยี่ยมมาแต่โบราณ
หลักฐานความสำคัญที่จับต้องได้คือพระราชวังจันทน์ ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นบนเนินดินฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่านราว พ.ศ. 1905-1912 ในสมัยพระมหาธรรมราชา ใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลก ที่นี่เองคือสถานที่ประสูติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อ พ.ศ. 2098 ก่อนที่พระองค์จะถูกส่งไปเป็นองค์ประกันที่หงสาวดีตั้งแต่พระชนมายุเพียง 9 พรรษา
ปัจจุบันพระราชวังจันทน์ได้รับการขุดแต่งและทำเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ มีแนวฐานรากอาคารโบราณให้เดินชม อยู่ติดกับค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองทัพภาคที่ 3 บนถนนวังจันทน์ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนอยากเข้าใจว่าทำไมพิษณุโลกถึงได้สมญาว่า แดนสมเด็จพระนเรศวร
วัดใหญ่และพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้ชื่อว่างามที่สุดในประเทศ
ถ้าจะมีที่เดียวที่ทุกคนต้องไปในพิษณุโลก ที่นั่นคือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่ชาวเมืองเรียกสั้นๆ ว่า วัดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่สันนิษฐานว่ามีมาก่อนหรือร่วมสมัยสุโขทัย ราว พ.ศ. 1900
ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสุโขทัยที่หลายคนยกย่องว่างดงามที่สุดองค์หนึ่งของไทย จุดเด่นที่สังเกตได้คือเส้นรอบนอกพระวรกายที่อ่อนช้อย พระพักตร์ค่อนข้างกลมเอิบอิ่ม และเปลวรัศมีรอบพระเศียรที่ทำเป็นรูปเปลวเพลิง อีกรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์คือชายสังฆาฏิที่แยกปลายเป็นสองแฉกคล้ายเขี้ยวตะขาบ
วัดเปิดให้สักการะทุกวันตั้งแต่ราว 06.30-18.00 น. ช่วงเช้าตรู่เป็นเวลาที่ดีที่สุด ทั้งแสงสวยและคนน้อย นอกจากองค์พระแล้ว ในบริเวณวัดยังมีซุ้มขายเครื่องราง พระเครื่อง และของที่ระลึก เป็นบรรยากาศวัดคู่เมืองที่คึกคักตลอดวัน
ขึ้นเขารับลมหนาว: ภูหินร่องกล้า ทุ่งแสลงหลวง และซากุระภูลมโล
พิษณุโลกไม่ได้มีดีแค่เรื่องวัด ฝั่งตะวันออกของจังหวัดเป็นแนวเทือกเขาที่อากาศเย็นสบาย จุดยอดนิยมคืออุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ในเขตอำเภอนครไทย ที่นี่นอกจากธรรมชาติอย่างลานหินปุ่ม ลานหินแตก และน้ำตกแล้ว ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในฐานะอดีตฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีโรงเรียนการเมืองการทหารและร่องรอยการสู้รบให้เดินศึกษา
อีกแห่งคืออุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ซึ่งได้ฉายาว่า ทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย เพราะมีทุ่งหญ้ากว้างสลับป่าสนสองใบสามใบ ภาพทุ่งหญ้าโล่งกว้างกับสายหมอกยามเช้าเป็นภาพที่หาดูได้ยากในเมืองไทย
ไฮไลต์ของฤดูหนาวคือภูลมโล จุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งหรือ ซากุระเมืองไทย ที่ปลูกไว้กว่าแสนต้นบนพื้นที่รอยต่อสามจังหวัด เลย-พิษณุโลก-เพชรบูรณ์ ดอกสีชมพูจะบานสะพรั่งทั้งภูในช่วงกลางเดือนมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ กลายเป็นทุ่งสีชมพูที่ดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ
ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา กล้วยตากบางกระทุ่ม และของกินคู่เมือง
ของกินที่เป็นภาพจำของพิษณุโลกที่สุดคงหนีไม่พ้น ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ความพิเศษอยู่ที่ร้านริมแม่น้ำน่านจัดที่นั่งเป็นแคร่ไม้ริมตลิ่ง ลูกค้านั่งห้อยขาลงไปทางแม่น้ำพลางซดน้ำซุปร้อนๆ เป็นทั้งรสชาติและบรรยากาศที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของเมือง
ของฝากขึ้นชื่ออันดับหนึ่งคือกล้วยตากบางกระทุ่ม จากอำเภอบางกระทุ่ม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ความพิเศษอยู่ที่การใช้กล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องตากด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้ได้กล้วยที่ผิวแห้งแต่เนื้อเหนียวนุ่ม รสหวานธรรมชาติ พิษณุโลกถือเป็นแหล่งผลิตกล้วยตากที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
นอกจากนี้ยังมีของฝากอื่นๆ อย่างหมี่ซั่ว เส้นหมี่ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยให้เลือกซื้อกลับบ้าน เรียกได้ว่าเที่ยวพิษณุโลกแล้วได้ทั้งอิ่มท้องและมีของติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้าน
ประเพณีปักธงชัยและช่วงเวลาน่าเที่ยว
ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของพิษณุโลกคือ ประเพณีปักธงชัย ของชาวอำเภอนครไทย ที่สืบทอดความเชื่อเรื่องวีรกรรมของพ่อขุนบางกลางท่าว ผู้นำผ้าคาดเอวผูกปลายไม้ปักไว้บนยอดเขาเพื่อประกาศชัยชนะ ทุกปีชาวนครไทยจะร่วมใจกันแบกธงผ้าขึ้นไปปักบนยอดเขาสูง โดยเฉพาะเขาช้างล้วง เป็นพิธีที่ผูกพันกับศรัทธาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
ช่วงเวลาน่าเที่ยวที่สุดคือฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศบนเขาเย็นกำลังดี และเป็นช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบนภูลมโลบาน หากตั้งใจไปชมซากุระเมืองไทย ควรเล็งกลางมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ และเช็กข่าวการบานล่วงหน้าเพราะบางปีดอกบานเร็วกว่าปกติ
สำหรับคนที่อยากเที่ยวเมืองเก่าและไหว้พระ มาได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าอยากได้ทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติในทริปเดียว การจัดทริปช่วงปลายปีถึงต้นปีจะคุ้มที่สุด เพราะได้ทั้งอากาศเย็น ทุ่งดอกไม้ และบรรยากาศเทศกาลของเมืองสองแคว
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ชื่อเดิม เมืองสองแคว มาจากที่ตั้งระหว่างแม่น้ำน่านและแม่น้ำแควน้อย
- พระราชวังจันทน์ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน คือสถานที่ประสูติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. 2098)
- พระพุทธชินราช ในวัดใหญ่ เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยที่มีเปลวรัศมีรูปเปลวเพลิงและชายสังฆาฏิแยกเป็นเขี้ยวตะขาบ
- อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า อ.นครไทย เป็นอดีตฐานที่มั่นพรรคคอมมิวนิสต์ มีลานหินปุ่ม ลานหินแตก และโรงเรียนการเมืองการทหาร
- ภูลมโลปลูกดอกนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) กว่าแสนต้น บานกลางมกราคม-ต้นกุมภาพันธ์
- กล้วยตากบางกระทุ่มเป็นสินค้า GI ทำจากกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องตากแดด และพิษณุโลกเป็นแหล่งผลิตกล้วยตากใหญ่ที่สุดของไทย
