ลำปาง เมืองรถม้า: นั่งรถม้าชมเขลางค์นคร ไหว้พระธาตุลำปางหลวง ชิมข้าวแต๋นน้ำแตงโม
ลำปางเป็นเมืองที่เดินช้ากว่านาฬิกาของเมืองอื่นไปสักนิด และนั่นคือเสน่ห์ของมัน เสียงกีบม้ากระทบถนนยังดังกึกก้องอยู่กลางเมือง รถม้าจริง ๆ ที่ยังวิ่งรับผู้โดยสาร ไม่ใช่ของโชว์ในพิพิธภัณฑ์ จนได้ชื่อเล่นว่า เมืองรถม้า หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ยังรักษารถม้าโดยสารไว้ได้จนถึงทุกวันนี้
ในชื่อทางการลำปางคือเมืองเก่าที่เคยถูกเรียกว่า เขลางค์นคร หัวเมืองล้านนาที่มีอายุนับพันปี วางตัวขนานไปกับลำน้ำวัง มีอาคารไม้เก่าแก่ วัดศิลปะล้านนาผสมพม่า และย่านการค้าโบราณที่ยังมีชีวิต คนลำปางเรียกตัวเองว่า จาวละกอน และยังพูดคำเมือง กินอาหารเหนือ และจุดสะเปาลอยน้ำในคืนเพ็ญเหมือนที่ปู่ย่าเคยทำ
ที่นี่ไม่ใช่เมืองผ่านระหว่างทางขึ้นเชียงใหม่อย่างที่หลายคนเข้าใจ ลำปางมีของดีครบ ตั้งแต่พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ น้ำแร่ร้อนกลางหุบเขา ศูนย์อนุรักษ์ช้างที่ใหญ่ที่สุดในไทย ไปจนถึงงานเซรามิกชามตราไก่ที่เชฟร้านมิชลินสตาร์เลือกใช้ มาเที่ยวลำปางสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนถึงบอกว่า ลำปางหนา...น่าอยู่
เขลางค์นคร: จากหัวเมืองล้านนาสู่เมืองรถม้า
ลำปางมีรากเก่าแก่ในชื่อ เขลางค์นคร เมืองที่เติบโตในวัฒนธรรมล้านนา คู่กับหริภุญไชย (ลำพูน) ก่อนจะกลายเป็นหัวเมืองสำคัญในยุคต่อมา ความรุ่งเรืองอีกระลอกมาพร้อมกิจการป่าไม้สมัยรัชกาลที่ 5 ที่ดึงพ่อค้าชาวพม่าและชาวจีนเข้ามาตั้งรกราก ทิ้งมรดกเป็นวัดศิลปะพม่าและตึกแถวเก่าให้เมืองจนถึงวันนี้
ส่วนรถม้า อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง เข้ามาในลำปางราวปี พ.ศ. 2458 พร้อมการมาถึงของทางรถไฟ เดิมทำหน้าที่เป็น รถม้าแท็กซี่ รับส่งผู้โดยสารจากสถานีรถไฟนครลำปางเข้าสู่ตัวเมือง เมื่อรถยนต์เข้ามาแทนที่ในเมืองอื่น ๆ ลำปางกลับเก็บรถม้าไว้และปรับมาเป็นพาหนะชมเมืองสำหรับนักท่องเที่ยว ปัจจุบันมีเส้นทางให้เลือกทั้งรอบเมืองสั้นและรอบเมืองยาว นั่งฟังเสียงกีบม้ารับลมหนาวเป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
วัดที่ต้องไป: พระธาตุลำปางหลวง เงาพระธาตุกลับหัว และเจดีย์ลอยฟ้า
วัดพระธาตุลำปางหลวง ในอำเภอเกาะคา คือวัดคู่บ้านคู่เมืองและเป็นวัดไม้ล้านนาที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย องค์พระธาตุเจดีย์ทรงล้านนาผสมลังกาประดิษฐานพระเกศาธาตุ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีฉลู ความมหัศจรรย์ของที่นี่คือ เงาพระธาตุกลับหัว ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แสงลอดรูเล็กผ่านผนังวิหารพระพุทธ ฉายภาพองค์พระธาตุกลับหัวลงบนผ้าขาว เห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า เป็นภาพที่ใครมาก็ต้องต่อแถวเข้าไปดู
อีกแห่งที่ห้ามพลาดคือ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ หรือที่ชาวบ้านเรียก วัดพระบาทปู่ผาแดง ในอำเภอแจ้ห่ม วัดอันซีนที่มีเจดีย์สีขาวเรียงรายบนยอดผาหินสูงชัน มองดูราวกับเจดีย์ลอยอยู่กลางอากาศ วิวเบื้องล่างเป็นอ่างเก็บน้ำกิ่วลมและทิวเขากว้างสุดตา เหมาะกับคนชอบความท้าทายและภาพถ่ายที่ตื่นตา ส่วนในตัวเมืองยังมีบ้านเสานัก บ้านไม้สักโบราณที่ใช้เสาไม้สักถึง 116 ต้น สะท้อนความมั่งคั่งของเมืองยุคค้าไม้
กาดกองต้า น้ำแร่แจ้ซ้อน และช้างทุ่งเกวียน
พอตกเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ ย่าน กาดกองต้า หรือตลาดจีนริมน้ำวัง จะกลายเป็นถนนคนเดินที่มีชีวิตชีวา เดินชมตึกแถวและบ้านขนมปังขิงอายุร่วมร้อยปีที่เป็นมรดกยุคพ่อค้าจีน-พม่า แวะชิมของกินพื้นเมือง ฟังดนตรี และซื้องานคราฟต์ บรรยากาศเก่าผสมใหม่ลงตัวจนได้ชื่อว่าเป็นย่านสุดชิคของเมือง
นอกเมืองออกไป อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนคือไฮไลต์สายธรรมชาติ มีบ่อน้ำพุร้อนที่ต้มไข่สุกได้ บ่อแช่น้ำแร่ และห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว เหมาะมากกับการแช่ตัวคลายหนาว ส่วนสายรักช้างต้องไปศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ) ที่บ้านทุ่งเกวียน อำเภอห้างฉัตร ศูนย์ช้างในความดูแลของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในไทย มีโรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลก และการแสดงช้างที่ฝึกมาอย่างใส่ใจ
ของกินของฝาก: ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ชามตราไก่ และอาหารคำเมือง
ของฝากเบอร์หนึ่งของลำปางคือ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ข้าวเหนียวทอดกรอบราดน้ำอ้อย ที่มีเอกลักษณ์ตรงการนำน้ำแตงโมมาผสมในแป้งจนได้สีและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ภูมิปัญญาชาวบ้านลำปางที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ของจังหวัด หอม กรอบ หวานกำลังดี เป็นของฝากที่ซื้อกลับบ้านได้ไม่มีพลาด
อีกของขึ้นชื่อระดับตำนานคือ ชามตราไก่ เซรามิกที่ปั้นจากดินขาวลำปางอันเลื่องชื่อเรื่องความเหนียวและแกร่ง จนลำปางได้ฉายา เมืองเซรามิก ลายไก่แดง-ดอกโบตั๋นบนพื้นขาวกลายเป็นภาพจำของชามก๋วยเตี๋ยวทั่วประเทศ ทุกวันนี้งานเซรามิกลำปางพัฒนาไปไกลถึงขั้นที่เชฟร้านระดับมิชลินสตาร์เลือกใช้เป็นภาชนะ ส่วนสายกินคำเมืองห้ามพลาด ไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม และข้าวซอย ที่หากินได้ตามตลาดและร้านพื้นเมืองทั่วเมือง
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเทศกาลที่ห้ามพลาด
ช่วงที่ลำปางสวยที่สุดคือฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการนั่งรถม้าและขึ้นเขาไหว้พระ ถ้าจับจังหวะดี ๆ จะได้เจอเทศกาลใหญ่ของเมืองพอดี
งานเด่นคือ ล่องสะเปาจาวละกอน ประเพณีลอยกระทงแบบลำปางในคืนเพ็ญเดือนยี่เป็ง (ราวพฤศจิกายน) คนลำปางจะทำ สะเปา เรือสำเภาประดับไฟลอยลงลำน้ำวังเพื่อบูชาและลอยเคราะห์ พร้อมขบวนแห่สะเปารถใหญ่ที่ตกแต่งงดงาม เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในประเทศไทย อีกงานคือ ขันโตกช้าง ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จัดราวต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีทั้งการแสดงช้างและขันโตกช้างให้ช้างร่วมกินอาหารกับคน เป็นภาพที่แปลกและน่ารักไม่เหมือนที่ไหน เกร็ดน่ารู้: คนลำปางเรียกตัวเองว่า จาวละกอน และคำขวัญเมืองยังตอกย้ำของดีไว้ครบ ทั้งถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม และงามพระธาตุลือไกล
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ลำปางเป็นจังหวัดเดียวในไทยที่ยังมีรถม้าโดยสารวิ่งจริงในเมือง เข้ามาราวปี พ.ศ. 2458 พร้อมทางรถไฟ เดิมทำหน้าที่เป็น รถม้าแท็กซี่ รับส่งคนจากสถานีรถไฟ
- วัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา เป็นวัดไม้ล้านนาที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดคนปีฉลู และมีปรากฏการณ์ เงาพระธาตุกลับหัว ฉายลงผ้าขาวในวิหาร
- ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ของฝากขึ้นชื่อที่ผสมน้ำแตงโมในแป้ง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ของจังหวัด
- ชามตราไก่และเซรามิกลำปางทำจากดินขาวลำปางที่เหนียวแกร่ง จนได้ฉายาเมืองเซรามิก ปัจจุบันเชฟร้านมิชลินสตาร์เลือกใช้เป็นภาชนะ
- ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ) ที่บ้านทุ่งเกวียน อ.ห้างฉัตร เป็นศูนย์ช้างของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในไทย และมีโรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลก
- ประเพณี ล่องสะเปาจาวละกอน ลอยเรือสำเภาประดับไฟลงลำน้ำวังในคืนยี่เป็ง (ราวพฤศจิกายน) เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในประเทศไทย
