เที่ยวอยุธยา ราชธานีเก่า 417 ปี เดินวัดมรดกโลก ชิมโรตีสายไหม-กุ้งเผาริมน้ำ
บางจังหวัดมีทะเล บางจังหวัดมีภูเขา แต่พระนครศรีอยุธยามีสิ่งที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในเมืองไทย นั่นคือซากของราชธานีที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะเมืองที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำสามสาย เต็มไปด้วยยอดปรางค์ ฐานเจดีย์ และกำแพงอิฐแดงที่ผ่านกาลเวลามาเกือบเจ็ดร้อยปี ทำให้ทั้งเมืองเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดมหึมาที่คุณเดินเข้าไปสัมผัสได้จริง
อยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางเหนือเพียงประมาณ 80 กิโลเมตร นั่งรถหรือรถไฟชั่วโมงเศษก็ถึง จึงเป็นจุดหมายยอดนิยมของคนที่อยากเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ แต่เสน่ห์ของที่นี่ลึกกว่าการถ่ายรูปกับโบราณสถาน เพราะทุกก้อนอิฐมีเรื่องเล่าของกษัตริย์ 34 พระองค์ การค้ากับต่างชาติ และโศกนาฏกรรมการเสียกรุง
นอกจากประวัติศาสตร์ อยุธยายังเป็นเมืองของกินตัวจริง ตั้งแต่โรตีสายไหมที่กลายเป็นของฝากประจำจังหวัด กุ้งแม่น้ำเผาตัวโตริมน้ำ ไปจนถึงก๋วยเตี๋ยวเรือชามเล็กที่กินกันเป็นสิบชาม บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักอยุธยาให้ครบ ทั้งที่มา ที่เที่ยว ของกิน และช่วงเวลาที่ควรไป
ราชธานีเก่า 417 ปี กับการล่มสลายในปี 2310
กรุงศรีอยุธยาสถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1893 โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนาม พระเจ้าอู่ทอง พระองค์ทรงเลือกชัยภูมิบริเวณตำบลหนองโสน เพราะเป็นเกาะที่มีแม่น้ำสามสายโอบล้อม คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำป่าสัก น้ำที่ล้อมรอบทำหน้าที่เป็นคูเมืองธรรมชาติ ป้องกันข้าศึกและเอื้อต่อการค้าทางน้ำไปพร้อมกัน อยุธยาจึงเติบโตจากการรวมตัวของอำนาจสองฝั่ง คือ ละโว้ (ลพบุรี) และสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี)
ตลอดระยะเวลา 417 ปี อยุธยามีพระมหากษัตริย์ปกครองสืบต่อกันถึง 34 พระองค์ จาก 5 ราชวงศ์ และก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ มีพ่อค้าชาวจีน ญี่ปุ่น เปอร์เซีย โปรตุเกส ฮอลันดา และฝรั่งเศส เข้ามาตั้งหมู่บ้านอยู่รอบเกาะเมือง จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนครที่มั่งคั่งที่สุดของภูมิภาคในยุคนั้น
แต่ความรุ่งเรืองสิ้นสุดลงในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 เมื่อกองทัพพม่าจุดไฟสุมรากกำแพงเมืองบริเวณหัวรอใกล้ป้อมมหาไชย จนกำแพงทรุดพังและตีกรุงแตก พม่าเผาทำลายปราสาทราชวัง วัดวาอาราม และกวาดต้อนผู้คนกลับไป ร่องรอยไฟไหม้และยอดปรางค์ที่หักพังที่เราเห็นทุกวันนี้ จึงไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ แต่เป็นบาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่ยังเล่าเรื่องได้จนถึงปัจจุบัน
เดินอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก วัดที่ห้ามพลาด
หัวใจของการเที่ยวอยุธยาคือ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พื้นที่กว่า 1,810 ไร่บนเกาะเมือง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ภายในรวมโบราณสถานสำคัญหลายแห่งที่เดินเที่ยวต่อกันได้ในวันเดียว
วัดที่ดังที่สุดและกลายเป็นภาพจำของอยุธยาคือ วัดมหาธาตุ ซึ่งมีเศียรพระพุทธรูปหินทรายที่ถูกรากต้นโพธิ์โอบหุ้มไว้จนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ เป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกตามมาดู ใกล้กันคือ วัดราชบูรณะ ที่มีปรางค์ประธานให้ปีนขึ้นไปชมกรุภายใน และ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดในเขตพระราชวังหลวงที่มีเจดีย์ทรงลังกาสามองค์เรียงกันอย่างสง่างาม ซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่
อีกหมุดหมายที่พลาดไม่ได้คือ วัดไชยวัฒนาราม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างในสมัยพระเจ้าปราสาททองเมื่อ พ.ศ. 2173 ด้วยผังแบบปรางค์ประธานล้อมรอบด้วยปรางค์บริวารตามคติเขาพระสุเมรุ งดงามจนกลายเป็นฉากถ่ายชุดไทยยอดนิยม ส่วนนอกเกาะเมืองยังมี วัดใหญ่ชัยมงคล ที่มีเจดีย์องค์ใหญ่และพระนอนองค์ยาว และ วิหารพระมงคลบพิตร ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดขนาดมหึมา
งานยอยศยิ่งฟ้า กับเสน่ห์การแต่งชุดไทยเที่ยวเมือง
เทศกาลที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของจังหวัดคือ งานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก จัดขึ้นช่วงกลางเดือนธันวาคมของทุกปีเป็นเวลา 10 วัน 10 คืน ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ เพื่อเฉลิมฉลองการเป็นมรดกโลก ภายในงานมีการแสดงแสง สี เสียงกลางโบราณสถาน ขบวนแห่เฉลิมฉลอง ตลาดย้อนยุค ถนนคนเดิน และถนนสายอาหารที่เรียกว่า ถนนกินเส้น กินกุ้ง เดินชมไฟประดับท่ามกลางซากปรางค์ยามค่ำคืนเป็นบรรยากาศที่หาดูได้ปีละครั้ง
กระแสที่เติบโตขึ้นมากในช่วงหลังคือการ แต่งชุดไทยเที่ยววัด โดยเฉพาะที่วัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเป็นผลพวงจากกระแสละครย้อนยุคหลายเรื่อง ตอนนี้รอบเกาะเมืองมีร้านเช่าชุดไทยพร้อมแต่งหน้าทำผมให้เลือกมากมาย นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาตินิยมสวมชุดไทยเดินถ่ายรูปกับปรางค์โบราณ ทำให้ภาพการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มีชีวิตชีวาขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงค่ำของฤดูหนาวยังมีกิจกรรมเปิดอุทยานยามราตรี เปิดไฟส่องโบราณสถานให้เดินชมในบรรยากาศที่ต่างจากกลางวันอย่างสิ้นเชิง เหมาะกับคนที่อยากหนีแดดและเก็บภาพมุมสวยในแสงไฟอุ่น ๆ
โรตีสายไหม กุ้งแม่น้ำเผา และก๋วยเตี๋ยวเรือ
ของฝากที่เป็นสัญลักษณ์ของอยุธยาอย่างไม่มีข้อโต้แย้งคือ โรตีสายไหม ขนมที่สืบทอดมาจากชุมชนชาวไทยมุสลิม ลักษณะเป็นแป้งแผ่นบางนุ่มสำหรับห่อเส้นน้ำตาลละเอียดคล้ายสายไหมหลากสีหลากรส ร้านดังอย่าง โรตีสายไหมแม่ป้อม เคยได้รับการแนะนำในมิชลินไกด์ ตามถนนเส้นหลักรอบจังหวัดจะเห็นร้านโรตีสายไหมเรียงรายให้เลือกซื้อกลับบ้านได้ไม่ยาก
สำหรับมื้อหลัก เมนูขึ้นชื่อคือ กุ้งแม่น้ำเผา ตัวโตเนื้อแน่นมันเยิ้ม ร้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำให้นั่งกินรับลมเย็น ส่วนของกินสตรีตฟู้ดที่คนท้องถิ่นกินกันเป็นประจำคือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ชามเล็ก น้ำซุปสีเข้มข้นจากซีอิ๊วดำและเต้าหู้ยี้ รสจัดจ้านกลมกล่อม คนนิยมสั่งทีละหลายชามจนโต๊ะเต็มไปด้วยชามเปล่า
อยากได้บรรยากาศย้อนยุคแบบครบจบในที่เดียว แวะ ตลาดน้ำอโยธยา ที่จำลองเมืองไทยสมัยโบราณ มีร้านค้ากว่า 300 ร้านขายทั้งอาหารคาวหวาน ของฝาก และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน เดินชิมไปเรื่อย ๆ ได้ทั้งของกินและของฝากในคราวเดียว
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดควรรู้ก่อนไป
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวอยุธยาคือฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบายเหมาะกับการเดินกลางแจ้งชมโบราณสถานที่ส่วนใหญ่ไม่มีร่มเงา และยังตรงกับงานยอยศยิ่งฟ้าในเดือนธันวาคมพอดี ถ้ามาหน้าร้อนหรือหน้าฝนควรเริ่มเที่ยวแต่เช้าหรือช่วงเย็นเพื่อเลี่ยงแดดจัด
อุทยานประวัติศาสตร์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลาประมาณ 08.30 ถึง 18.30 น. โบราณสถานบางแห่งเก็บค่าเข้าชมแยกสำหรับชาวไทยจุดละ 10 บาท หรือซื้อบัตรรวมหลายวัดในราคาประหยัดได้ การเดินทางสะดวกมาก ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ และรถไฟสายเหนือที่จอดสถานีอยุธยา จากนั้นเช่าจักรยานหรือรถสามล้อตุ๊กตุ๊กตระเวนรอบเกาะเมืองได้สบาย ๆ
เกร็ดเล็ก ๆ ที่ควรจำไว้คือ เมื่อถ่ายรูปกับพระพุทธรูป ไม่ควรนั่งหรือยืนสูงกว่าองค์พระ และที่เศียรพระในรากไม้วัดมหาธาตุต้องนั่งย่อตัวลงให้ต่ำกว่าเศียรพระเสมอ เป็นมารยาทที่ทางอุทยานขอความร่วมมือ เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยให้ความเคารพมายาวนาน
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- สถาปนาเมื่อ พ.ศ. 1893 โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) เป็นราชธานียาวนาน 417 ปี มีกษัตริย์ 34 พระองค์จาก 5 ราชวงศ์
- เกาะเมืองล้อมรอบด้วยแม่น้ำสามสาย คือ เจ้าพระยา ลพบุรี และป่าสัก ทำหน้าที่เป็นคูเมืองธรรมชาติ
- อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (พื้นที่ 1,810 ไร่) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโกเมื่อ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534
- เศียรพระพุทธรูปในรากต้นโพธิ์ที่วัดมหาธาตุ เป็นภาพสัญลักษณ์ของอยุธยาที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกตามมาชม
- กรุงแตกครั้งที่สองวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 พม่าจุดไฟสุมรากกำแพงที่หัวรอใกล้ป้อมมหาไชยจนกำแพงพัง
- ของขึ้นชื่อ ได้แก่ โรตีสายไหม (ของฝากประจำจังหวัด), กุ้งแม่น้ำเผา และก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำซุปเข้มข้น
