ศรีสะเกษ: ดินแดนสี่เผ่าไทย ปราสาทขอม และทุเรียนภูเขาไฟริมพนมดงรัก

ศรีสะเกษ (Si Sa Ket) • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือศรีสะเกษ
ศรีสะเกษ — เขาพระวิหาร
ภาพประกอบ ศรีสะเกษเขาพระวิหาร (ที่มา: Wikimedia Commons) · เครดิตรูปภาพ

ถ้าให้เลือกจังหวัดอีสานใต้สักแห่งที่ "ไม่เหมือนใคร" ศรีสะเกษน่าจะติดอันดับต้นๆ เพราะที่นี่คือจุดที่เทือกเขาพนมดงรักทอดตัวยาวกั้นพรมแดนไทย-กัมพูชา เป็นดินแดนที่ผู้คนพูดกันถึงสี่ภาษาในตลาดเดียว และเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่หวานมันจนต้องจองข้ามปี ศรีสะเกษเคยถูกมองว่าเป็น "เมืองรอง" ที่คนขับรถผ่านไปอุบลฯ หรือสุรินทร์ แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้กลับกลายเป็นหมุดหมายที่นักเดินทางสายธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และสายกินตั้งใจแวะ

เสน่ห์ของศรีสะเกษอยู่ที่ความหลากหลายซึ่งซ้อนทับกันมาเป็นพันปี ใต้ผืนดินสีแดงจากหินบะซอลต์ภูเขาไฟโบราณ คือปราสาทหินขอมที่ยังตั้งตระหง่าน เหนือขึ้นไปบนสันเขาคือจุดชมทะเลหมอกและภาพสลักหินอายุนับพันปี ส่วนในเมืองและตามอำเภอรอบนอก วัฒนธรรมของชาวลาว เขมร ส่วย และเยอ ก็ยังมีชีวิตอยู่ในงานบุญ ภาษา และอาหารการกิน

บทความนี้จะพาไปรู้จักศรีสะเกษแบบเจาะลึก ตั้งแต่ความเป็นมาของเมืองขุขันธ์เก่า ไปจนถึงผามออีแดง วัดล้านขวด งานดอกลำดวนบาน และทุเรียนภูเขาไฟที่ทำให้ชื่อจังหวัดนี้ดังไกลออกไปนอกประเทศ

จากเมืองขุขันธ์สู่ศรีสะเกษ: ร่องรอยขอมพันปี

พื้นที่ศรีสะเกษมีคนตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ และรุ่งเรืองขึ้นมากในสมัยอาณาจักรขอม ซึ่งทิ้งมรดกเป็นปราสาทหินและปรางค์กู่กระจายอยู่ทั่วจังหวัด ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ราวปี พ.ศ. 2232 จึงเริ่มมีการสร้างบ้านแปงเมืองอย่างเป็นรูปเป็นร่าง อันเป็นต้นเค้าของเมืองในเวลาต่อมา

เดิมพื้นที่นี้คือ "เมืองขุขันธ์" ในปี พ.ศ. 2447 ได้ย้ายที่ตั้งเมืองขุขันธ์มาอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า (ปัจจุบันคือตำบลเมืองเหนือ ในตัวอำเภอเมืองศรีสะเกษ) กระทั่งวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 จึงเปลี่ยนชื่อจังหวัดขุขันธ์เป็น "จังหวัดศรีสะเกษ" และเปลี่ยนชื่ออำเภอห้วยเหนือเป็นอำเภอขุขันธ์ ชื่อขุขันธ์จึงยังคงอยู่ในฐานะอำเภอมาจนทุกวันนี้

ใครสนใจสายประวัติศาสตร์ ไม่ควรพลาดปราสาทสระกำแพงใหญ่และปราสาทสระกำแพงน้อย สองปราสาทขอมที่ยังสมบูรณ์ รวมถึงปรางค์กู่และปราสาทเยอ ซึ่งสะท้อนว่าดินแดนแถบนี้เคยเป็นชุมทางอารยธรรมขอมที่สำคัญ ไม่ใช่เมืองชายขอบอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ผามออีแดงและเขาพระวิหาร: ขอบฟ้าที่ปลายพนมดงรัก

ไฮไลต์ทางธรรมชาติของศรีสะเกษอยู่ที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของไทย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 81,250 ไร่ บนแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ จุดที่คนนิยมไปกันมากคือ "ผามออีแดง" หน้าผาหินทรายสีแดงที่เป็นจุดชมวิวมองข้ามไปยังฝั่งกัมพูชาได้ไกลสุดสายตา ยามเช้ามักมีทะเลหมอกลอยปกคลุมเบื้องล่างจนกลายเป็นภาพประทับใจ

ที่ผามออีแดงยังมีภาพสลักนูนต่ำบนหน้าผา เป็นรูปเทพและบุคคลในศิลปะขอมโบราณ ซึ่งหลบซ่อนอยู่ใต้แนวผา ถือเป็นหลักฐานว่าเส้นทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารผ่านฝั่งศรีสะเกษมีความสำคัญมาแต่อดีต เดินเลียบหน้าผาไปไม่ไกลก็จะพบสถูปคู่และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ร่มรื่น

อีกมุมหนึ่งของอำเภอขุนหาญคือ "น้ำตกสำโรงเกียรติ" น้ำตกขนาดกลางที่ไหลลงจากหน้าผาสูงราว 8 เมตร กระจายเป็นม่านน้ำกว้าง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดราว 81 กิโลเมตร เหมาะกับการแวะพักคลายร้อนระหว่างทางเที่ยวฝั่งเทือกเขา

วัดล้านขวดและศิลปะแบบศรีสะเกษ

หากพูดถึงวัดที่ "ไม่เหมือนที่ไหนในโลก" ต้องยกให้วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า "วัดล้านขวด" ตั้งอยู่ที่บ้านดอน ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ จุดเด่นคือทุกอย่างในวัด ตั้งแต่ซุ้มประตู ศาลา หอระฆัง กุฏิ ไปจนถึงห้องน้ำ ล้วนประดับด้วยขวดแก้วหลากสีรวมกันกว่า 1.5 ล้านใบ

ไฮไลต์ของวัดคือโบสถ์ทรงจตุรมุขกลางน้ำที่ตั้งเด่นอยู่กลางสระ เมื่อแสงแดดส่องผ่านผนังขวดแก้ว สีสันจะสะท้อนวิบวับราวกับกระจกสี กลายเป็นภาพถ่ายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 เป็นตัวอย่างของการนำของเหลือใช้มาสร้างงานพุทธศิลป์อย่างสร้างสรรค์

วัดล้านขวดมักถูกจัดรวมเป็นทริป "วัดและปราสาท" คู่กับปราสาทขอมในละแวกเดียวกัน ทำให้เที่ยวฝั่งอำเภอขุนหาญและกันทรลักษ์ได้ครบทั้งสายมูเตลู สายประวัติศาสตร์ และสายถ่ายรูปในวันเดียว

สี่เผ่าไทยและเทศกาลดอกลำดวนบาน

สิ่งที่ทำให้ศรีสะเกษมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมคือการอยู่ร่วมกันของชนสี่เผ่า ได้แก่ ลาว เขมร ส่วย (กูย) และเยอ แต่ละกลุ่มมีภาษา การแต่งกาย และประเพณีเป็นของตัวเอง แต่กลับอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนในผืนแผ่นดินเดียว ความหลากหลายนี้สะท้อนชัดในงานบุญ อาหาร และผ้าทอพื้นเมือง

งานประจำปีที่เป็นหัวใจของจังหวัดคือ "เทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ" จัดช่วงต้นปีที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นป่าลำดวนผืนใหญ่กลางเมือง เมื่อดอกลำดวนสีเหลืองนวลบานพร้อมกันทั้งสวน จะส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ไฮไลต์ของงานคือการแสดงแสง สี เสียงชุด "ศรีพฤทเธศวร" ที่เล่าตำนานการสร้างเมือง พร้อมการแสดงวัฒนธรรมของทั้งสี่ชนเผ่า

นอกจากนี้ศรีสะเกษยังจัดงานปีใหม่สี่เผ่าไทยช่วงเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปี ตอกย้ำภาพลักษณ์เมืองที่ใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นจุดขายการท่องเที่ยว ผลักดันจากเมืองรองสู่จุดหมายหลักของอีสานใต้

ทุเรียนภูเขาไฟ หอมแดง และของฝากเด็ด

ของขึ้นชื่อที่ทำให้ศรีสะเกษโด่งดังที่สุดในช่วงหลังคือ "ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ" ปลูกในเขตดินภูเขาไฟโบราณแถบเทือกเขาพนมดงรัก โดยเฉพาะอำเภอกันทรลักษ์ ขุนหาญ และศรีรัตนะ ดินที่นี่ผุพังมาจากหินบะซอลต์ มีสีแดงเหนียว ระบายน้ำดี และอุดมด้วยแร่ธาตุ ทำให้เนื้อทุเรียนแห้ง นุ่มเหนียว เส้นใยละเอียด กลิ่นไม่ฉุนจัด และหวานมันกำลังดี จนได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และต้องจองล่วงหน้าข้ามปี

ช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีจะมี "เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ" ให้ได้ชิมกันถึงสวน พร้อมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชุมชน เช่น ทุเรียนกรอบ เฟรนช์ฟรายทุเรียน เค้กและสมูทตี้ทุเรียนภูเขาไฟ ใครมาช่วงนี้เหมือนได้เปิดประสบการณ์ทุเรียนแบบครบวงจร

นอกจากทุเรียน ศรีสะเกษยังเป็นแหล่งปลูกหอมแดง กระเทียม และพริกระดับประเทศ หอมแดงถือเป็นพืชส่งออกหลัก ปี 2566 มีผลผลิตรวมกว่า 72,945 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่าพันล้านบาทต่อปี ทำให้หอมแดงและกระเทียมศรีสะเกษเป็นวัตถุดิบและของฝากที่หาได้ตลอดทั้งปี

เกร็ดน่ารู้สำคัญ

เล่นเกมรู้จักจังหวัดนี้

ลองเล่นกับจังหวัดไหน →

จังหวัดใกล้เคียง