ขอนแก่น เมืองหมอแคน ดอกคูนเสียงแคน ไหมมัดหมี่ และไดโนเสาร์ภูเวียง

ขอนแก่น (Khon Kaen) • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือขอนแก่น
ขอนแก่น — จังหวัดขอนแก่น
ภาพประกอบ ขอนแก่นจังหวัดขอนแก่น (ที่มา: Wikimedia Commons) · เครดิตรูปภาพ

ถ้าจะหาเมืองที่เป็นหัวใจของภาคอีสานทั้งในแง่เศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรม ชื่อ "ขอนแก่น" มักลอยขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เสมอ ที่นี่คือเมืองศูนย์กลางของอีสานตอนกลาง เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยใหญ่ที่สุดของภาค และเป็นเมืองที่คนทั่วไปเรียกติดปากว่า "เมืองหมอแคน" หรือ "เมืองดอกคูนเสียงแคน" สะท้อนรากวัฒนธรรมไท-ลาวที่ผูกพันกับลายแคนและสีเหลืองทองของดอกคูนซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด

ขอนแก่นไม่ได้มีเสน่ห์แค่ความเป็นเมืองใหญ่ทันสมัยที่มีห้างร้านและรถไฟฟ้ารางเบาในแผน แต่ยังซ่อนเรื่องราวที่ลึกถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ไว้ในผืนดิน ที่ภูเวียงคือแหล่งค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และยังเป็นถิ่นกำเนิดผ้าไหมมัดหมี่ที่งดงามจนได้สมญาว่า "เมืองราชินีไหมมัดหมี่"

บทความนี้จะพาไปรู้จักขอนแก่นในหลายมิติ ตั้งแต่ที่มาของชื่อเมือง แลนด์มาร์กกลางเมืองอย่างบึงแก่นนครและพระธาตุ 9 ชั้น ไปจนถึงงานบุญใหญ่ประจำปี ผ้าไหมขึ้นทะเบียน GI และของกินที่ต้องหิ้วกลับบ้าน

จากขามแก่นสู่ขอนแก่น: ที่มาของเมืองหลวงอีสาน

ชื่อ "ขอนแก่น" มีที่มาผูกโยงกับตำนานพระธาตุขามแก่น นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า "ขามแก่น" ซึ่งหมายถึงตอหรือแก่นของต้นมะขามใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับตำนานการอัญเชิญพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้า ตามเรื่องเล่าโมริยกษัตริย์เจ้าเมืองโมรีย์โปรดให้พระอรหันต์และพระเถระรวม 9 องค์นำขบวนอัญเชิญพระอังคารมุ่งไปบรรจุที่พระธาตุพนม แต่เมื่อไปถึงพระธาตุพนมสร้างเสร็จแล้ว จึงนำกลับมาบรรจุไว้ ณ ที่แห่งนี้แทน

เมืองขอนแก่นในยุคปัจจุบันก่อตั้งโดย "เจ้าเพียเมืองแพน" ผู้ที่ชาวเมืองยกย่องเป็นบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมือง อนุสาวรีย์ของท่านประดิษฐานอยู่ริมบึงแก่นนครกลางเมือง วันนี้ขอนแก่นเติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางคมนาคม การแพทย์ และการศึกษาของอีสานตอนกลาง เป็นชุมทางที่เชื่อมโยงทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และสนามบินนานาชาติ

บึงแก่นนคร พระธาตุ 9 ชั้น และวิวก่อนประวัติศาสตร์ที่ภูเวียง

หัวใจของเมืองคือ "บึงแก่นนคร" บึงน้ำขนาด 603 ไร่ที่ชาวขอนแก่นใช้เป็นสวนพักผ่อนกลางเมือง ตอนเช้าและเย็นจะเห็นคนมาวิ่งจ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน รำไทเก๊ก ไปจนถึงเล่นกีฬาทางน้ำ รอบบึงร่มรื่นด้วยต้นไม้และเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เจ้าเพียเมืองแพน ริมบึงยังเป็นที่ตั้งของวัดหนองแวง พระอารามหลวง ซึ่งภายในมี "พระมหาธาตุแก่นนคร" หรือพระธาตุ 9 ชั้น เจดีย์สูงเด่นที่ขึ้นไปชมวิวเมืองได้รอบทิศจากชั้นบนสุด

อีกด้านหนึ่งของจังหวัด ที่อำเภอเวียงเก่าและเทือกเขาภูเวียง คือแหล่งค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่สำคัญของไทย เป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง (พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาแห่งแรกของประเทศ) ที่จัดแสดงโครงกระดูกและเรื่องราวสัตว์ดึกดำบรรพ์ ขอนแก่นคือถิ่นกำเนิดของไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทยอย่าง "ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน" และ "สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส" บริเวณใกล้กันยังมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์และเทือกเขาภูเก้าภูพานคำ รวมถึงน้ำตกตาดฟ้าในเขตป่าภูเวียง

งานไหม ผูกเสี่ยว และวัฒนธรรมไท-ลาวที่ยังมีชีวิต

งานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของขอนแก่นคือ "งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น" จัดราวปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคมของทุกปี (ราว 29 พ.ย.–10 ธ.ค.) บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัด งานนี้เริ่มจัดครั้งแรกตั้งแต่ปี 2522 มีทั้งการประกวดผ้าไหม ขบวนแห่ การรำดอกคูนเสียงแคน พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการออกร้าน OTOP จากทั้ง 26 อำเภอ

ไฮไลต์ทางวัฒนธรรมคือ "ประเพณีผูกเสี่ยว" คำว่า "เสี่ยว" ในภาษาอีสานหมายถึงเพื่อนรักเพื่อนตาย การผูกเสี่ยวคือพิธีใช้ฝ้ายมงคลผูกข้อมือคู่เสี่ยวเพื่อให้สัญญาว่าจะเป็นเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกัน เป็นประเพณีดั้งเดิมของกลุ่มวัฒนธรรมไท-ลาวที่สะท้อนความผูกพันแบบอีสานแท้ๆ ส่วนคนรุ่นใหม่และนักศึกษามักรู้จัก "สีฐานเฟสติวัล" งานวัฒนธรรมร่วมสมัยรอบบุญเดือนสิบสองที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วย

ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท ลายแคนแก่นคูน และของกินขึ้นชื่อ

ขอนแก่นได้สมญา "เมืองราชินีไหมมัดหมี่" จุดศูนย์กลางอยู่ที่อำเภอชนบท ซึ่งทอผ้าไหมมัดหมี่สืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคก่อตั้งเมืองกว่า 200 ปี จนผ้าไหมมัดหมี่ชนบทได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ลายที่ขึ้นชื่อมีทั้งลายหน้านาง ลายขอพระเทพ ลายจี้เพชร และ "ลายแคนแก่นคูน" ลายประจำจังหวัดที่ผูกเอาแคน ดอกคูน และต้นไม้สัญลักษณ์ของเมืองมาไว้ในผืนผ้า ที่น่าสนใจคือมีการนำดินจากแหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์มาตำย้อมผ้าฝ้ายเข็นมือ ได้โทนสีส้มอมชมพูที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

ด้านของกิน ขอนแก่นคืออาณาจักรอาหารอีสานเต็มรูปแบบ ทั้งส้มตำ ลาบ ก้อย และไก่ย่าง แต่ของฝากที่ต้องหิ้วกลับคือบรรดาของหมัก-ของแปรรูปอย่างหมูยอ กุนเชียง หม่ำ หมูหย็อง ไส้กรอกอีสาน และแหนมเนืองที่นิยมขายเป็นเซ็ต 3, 5 หรือ 8 ไม้ ใครชอบของหวานก็มีขนมพื้นถิ่นและสินค้า OTOP ให้เลือกอีกมาก เดินเล่นซื้อของฝากกันได้แถวตลาดและย่านร้านของฝากกลางเมือง

ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้

ช่วงที่เหมาะกับการมาขอนแก่นที่สุดคือฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย และตรงกับช่วงงานไหมผูกเสี่ยวพอดี ถ้ามาหน้าฝนช่วงราวเมษายน-พฤษภาคมจะได้เห็นดอกคูนสีเหลืองทองบานสะพรั่งทั่วเมืองสมกับฉายาเมืองดอกคูนเสียงแคน

การเดินทางสะดวกมาก ขอนแก่นมีสนามบินนานาชาติ มีรถไฟสายอีสานผ่าน และเป็นชุมทางถนนมิตรภาพ ทำให้ใช้เป็นฐานเที่ยวต่อไปยังจังหวัดอื่นในอีสานได้ง่าย ใครชอบเมืองที่ผสมความทันสมัยกับรากวัฒนธรรมอีสานแบบลงตัว ขอนแก่นตอบโจทย์ทั้งสายเที่ยวเมือง สายธรรมชาติภูเวียง และสายช้อปผ้าไหมของฝาก

เกร็ดน่ารู้สำคัญ

เล่นเกมรู้จักจังหวัดนี้

ลองเล่นกับจังหวัดไหน →

จังหวัดใกล้เคียง