บุรีรัมย์ เมืองปราสาทหินถิ่นภูเขาไฟ: เที่ยวพนมรุ้ง เขากระโดง และสนามช้างอารีนา
บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่เล่าเรื่องตัวเองได้สองยุคในวันเดียว ยุคหนึ่งย้อนกลับไปกว่าพันปีเมื่ออารยธรรมขอมโบราณสลักหินทรายขึ้นเป็นเทวสถานบนปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิท อีกยุคหนึ่งคือบุรีรัมย์ร่วมสมัยที่กลายเป็นเมืองกีฬาระดับโลก มีสนามฟุตบอลและสนามแข่งรถที่คนทั้งประเทศรู้จัก สองยุคนี้อยู่ห่างกันไม่กี่สิบกิโลเมตร และนั่นทำให้การมาเยือนที่นี่เหมือนได้เดินข้ามเวลา
ชื่อ บุรีรัมย์ แปลตรงตัวว่าเมืองแห่งความรื่นรมย์ แต่สิ่งที่ทำให้จังหวัดนี้พิเศษกว่าที่ราบสูงอีสานทั่วไปคือใต้ผืนดิน เพราะบุรีรัมย์ตั้งอยู่บนแนวภูเขาไฟเก่าที่ดับแล้วหลายลูก ดินภูเขาไฟอุดมแร่ธาตุกลายเป็นต้นทุนทั้งของข้าวหอมมะลิรสดี ผ้าฝ้ายย้อมสีดินแดง และทำเลตั้งของปราสาทหินที่ชาวขอมเลือกสร้างบนยอดเขาไฟอย่างจงใจ
ไม่ว่าจะมาเพื่อไหว้พระ ดูบอล ชมพระอาทิตย์ลอดประตูปราสาท หรือแค่หาข้าวหอมมะลิดี ๆ กลับบ้าน บุรีรัมย์ตอบโจทย์ได้หมดในทริปเดียว บทความนี้พาไปรู้จักเมืองนี้ตั้งแต่รากเหง้าพันปีจนถึงสนามช้างอารีนาที่สว่างไสวในค่ำคืนวันแข่ง
ความเป็นมา: เมืองบนแนวภูเขาไฟและรอยอารยธรรมขอม
บุรีรัมย์เป็นพื้นที่ที่มนุษย์ตั้งถิ่นฐานมายาวนาน หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือกลุ่มปราสาทหินสมัยขอมโบราณที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัด สร้างขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 18 ในยุคที่อิทธิพลของอาณาจักรขอมแผ่ถึงที่ราบสูงโคราช ปราสาทเหล่านี้สร้างตามคติศาสนาฮินดู โดยเฉพาะลัทธิไศวนิกายที่บูชาพระศิวะเป็นเทพสูงสุด
จุดที่น่าสนใจคือชาวขอมเลือกสร้างศาสนสถานบนภูเขาไฟที่ดับแล้ว เช่น เขาพนมรุ้ง เพราะถือเป็นที่สูงใกล้สวรรค์และเป็นสัญลักษณ์ของเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ ส่วนชื่อสถานที่หลายแห่งก็มีรากจากภาษาเขมร อย่างเขากระโดงเดิมชื่อ พนมกระดอง แปลว่าภูเขารูปกระดองเต่า ก่อนเพี้ยนเสียงมาเป็นกระโดงในภายหลัง สะท้อนว่าวัฒนธรรมเขมรฝังรากลึกในดินแดนแถบนี้
สถานที่ต้องไป: พนมรุ้ง เมืองต่ำ เขากระโดง และช้างอารีนา
หัวใจของการเที่ยวบุรีรัมย์คือ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทหินทรายสีชมพูบนยอดเขาพนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตัวปราสาทเรียงตัวขึ้นเขาเป็นชั้น ๆ มีสะพานนาคราชและบันไดยาวทอดสู่ปรางค์ประธาน ถือเป็นปราสาทขอมที่สมบูรณ์และงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 8 กิโลเมตรคือ ปราสาทเมืองต่ำ ที่บ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย เด่นด้วยสระน้ำรูปตัวแอลขอบสระสลักเป็นพญานาคล้อมรอบปราสาท
ใกล้ตัวเมืองมี วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง (เขากระโดง) ที่บ้านเขากระโดง ตำบลเสม็ด ปากปล่องภูเขาไฟยังเห็นได้ชัด บนยอดประดิษฐานพระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมือง ขึ้นไปไหว้พระแล้วมองเห็นวิวเมืองบุรีรัมย์ได้รอบทิศ ส่วนสายกีฬาห้ามพลาด สนามช้างอารีนา สนามเหย้าของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีฉายาว่าธันเดอร์คาสเซิล จุได้ราว 32,600 ที่นั่ง และเคยถูกบันทึกในกินเนสส์เวิลด์เรกคอดส์ว่าเป็นสนามฟุตบอลมาตรฐานฟีฟ่าที่สร้างเสร็จเร็วที่สุดในโลกเพียง 256 วัน
วัฒนธรรมและประเพณี: ขึ้นเขาพนมรุ้งและพระอาทิตย์ลอดประตู
งานประเพณีที่ผูกพันกับเมืองมากที่สุดคือ ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ซึ่งจัดช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เดิมเป็นการที่ชาวบ้านรอบเขาพากันขึ้นไปนมัสการปิดทองรอยพระพุทธบาทและทำบุญในวันเพ็ญเดือนห้า ปัจจุบันพัฒนาเป็นงานใหญ่มีขบวนเสด็จนางอัปสรา การแสดงแสงสีเสียง และตลาดอารยธรรมวนัมรุงที่ชุมชนทั้งจังหวัดนำสินค้าท้องถิ่นมาขาย
ไฮไลต์ทางธรรมชาติที่เลื่องชื่อคือปรากฏการณ์ พระอาทิตย์ขึ้นส่องลอดประตูปราสาทพนมรุ้งทั้ง 15 ช่อง ซึ่งเกิดขึ้นเพียงปีละไม่กี่ครั้ง โดยช่วงพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ราววันที่ 3 ถึง 5 เมษายน และ 8 ถึง 10 กันยายน นักท่องเที่ยวและช่างภาพจะไปรอตั้งแต่ฟ้ายังมืดเพื่อชมลำแสงพุ่งทะลุประตูทั้งแนวตรงไปยังศิวลึงค์ในปรางค์ประธาน เป็นภาพที่แสดงถึงความแม่นยำทางดาราศาสตร์ของช่างขอมโบราณ นอกจากนี้อำเภอบ้านกรวดยังมี งานเครื่องเคลือบพันปี ในช่วงเดือนเมษายน เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาเครื่องเคลือบดินเผาโบราณของท้องถิ่น
อาหารและของขึ้นชื่อ: ข้าวดินภูเขาไฟ ผ้าภูอัคนี และของฝาก
ของดีที่สุดของบุรีรัมย์ส่วนหนึ่งมาจากดินภูเขาไฟ ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมล็ดเรียวยาว ขาวใส เป็นเงา และมีแร่ธาตุอย่างฟอสฟอรัสและแคลเซียมสูงกว่าข้าวหอมมะลิจากพื้นที่อื่น แหล่งปลูกขึ้นชื่ออยู่แถบบ้านโคกเมือง ใกล้ปราสาทเมืองต่ำนั่นเอง
ด้านงานหัตถกรรม ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟหรือ ผ้าภูอัคนี ให้สีน้ำตาลแดงอมส้มที่เป็นเอกลักษณ์ย้อมจากดินภูเขาไฟจริง ๆ ส่วน ผ้าซิ่นตีนแดง ก็เป็นผ้าทอพื้นถิ่นที่มีชายผ้าสีแดงสด ขายดีในตลาดวัฒนธรรมและงานประเพณี สำหรับของกิน ของฝากยอดนิยมได้แก่ กระยาสารท สูตรดั้งเดิมจากอำเภอประโคนชัยที่ใช้ถั่วลิสงคั่วและกะทิคั้นสด กุ้งจ่อม กุนเชียง และลูกชิ้นยืนกินตามแผงริมทาง เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ครบทั้งคาวหวาน
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงที่เหมาะที่สุดในการเที่ยวบุรีรัมย์คือฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบายเหมาะกับการเดินขึ้นปราสาทบนเขา แต่ถ้าอยากชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์ลอดประตูพนมรุ้งและบรรยากาศประเพณีขึ้นเขา ต้องมาช่วงต้นเดือนเมษายนหรือต้นเดือนกันยายน แม้อากาศจะร้อนกว่าก็แลกกับภาพที่หาดูยาก
เกร็ดที่หลายคนไม่รู้คือเส้นทางเที่ยวบุรีรัมย์วางแผนเป็นวงรอบได้ลงตัว จากตัวเมืองไปเขากระโดงและสนามช้างอารีนาในช่วงเช้า แล้วต่อไปพนมรุ้งกับเมืองต่ำที่อยู่ในเส้นทางเดียวกันช่วงบ่าย การมาบุรีรัมย์จึงเหมือนได้ทั้งสายมูไหว้พระ สายประวัติศาสตร์ สายกีฬา และสายกินในทริปเดียว เป็นจังหวัดอีสานที่เปลี่ยนภาพจำจาก เมืองทางผ่าน มาเป็นจุดหมายปลายทางเต็มตัวในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ปราสาทพนมรุ้ง สร้างบนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทในตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ถวายแด่พระศิวะตามลัทธิไศวนิกาย สร้างช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-18
- ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ขึ้นส่องลอดประตูปราสาทพนมรุ้งทั้ง 15 ช่อง เกิดเฉพาะช่วงราว 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายนของทุกปี
- ปราสาทเมืองต่ำ อยู่ที่บ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย ห่างจากพนมรุ้งทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 8 กิโลเมตร เด่นด้วยสระน้ำขอบสลักพญานาค
- สนามช้างอารีนา (ธันเดอร์คาสเซิล) ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จุราว 32,600 ที่นั่ง ได้กินเนสส์เวิลด์เรกคอดส์ว่าสร้างสนามมาตรฐานฟีฟ่าเสร็จเร็วที่สุดในโลก 256 วัน
- ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ ขึ้นทะเบียน GI มีแร่ฟอสฟอรัสและแคลเซียมสูง แหล่งปลูกขึ้นชื่ออยู่แถบบ้านโคกเมืองใกล้ปราสาทเมืองต่ำ
- ของขึ้นชื่อ ได้แก่ ผ้าภูอัคนี (ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟ) ผ้าซิ่นตีนแดง กระยาสารทประโคนชัย กุ้งจ่อม และลูกชิ้นยืนกิน
