ประจวบคีรีขันธ์ เมืองสามอ่าว ทะเลสวย สับปะรดหวาน และตำนานถ้ำพระยานคร
ประจวบคีรีขันธ์คือจังหวัดที่บีบตัวแคบจนแทบจะหยิบทะเลกับเทือกเขามาวางไว้ในมือเดียวกันได้ ตรงตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง แผ่นดินไทยแคบที่สุดเหลือเพียงประมาณ 11 กิโลเมตรจากชายฝั่งอ่าวไทยไปจรดชายแดนเมียนมา เดินทางเพียงไม่กี่นาทีก็ข้ามจากหาดทรายไปถึงเชิงเขาได้ ภูมิประเทศแบบนี้เองที่ทำให้ชื่อจังหวัดมีคำว่า "คีรีขันธ์" อันแปลว่าทิวเขา ผสานเข้ากับท้องทะเลที่ทอดยาวกว่า 200 กิโลเมตร
ที่นี่คือ "เมืองสามอ่าว" อ่าวประจวบ อ่าวมะนาว และอ่าวน้อย เรียงตัวโค้งเว้าอยู่ใจกลางตัวเมือง มองจากยอดเขาช่องกระจกเห็นทะเลสามอ่าวพร้อมกันในเฟรมเดียว เป็นภาพจำที่นักเดินทางหลายคนยกให้เป็นวิวเปิดเมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของฝั่งอ่าวไทย
นอกจากความงามของชายหาด ประจวบคีรีขันธ์ยังเป็นเมืองที่ซ้อนเรื่องราวไว้หลายชั้น ทั้งตำนานพระที่นั่งกลางถ้ำที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จ วีรกรรมการต่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 และไร่สับปะรดเหลืองอร่ามที่ทำให้จังหวัดนี้กลายเป็นแหล่งปลูกสับปะรดส่งออกอันดับต้นๆ ของประเทศ
ความเป็นมา: จากเมืองกุย สู่ประจวบคีรีขันธ์
ประวัติศาสตร์ของจังหวัดนี้คลุมเครือกว่าหลายจังหวัด เพราะเป็นแผ่นดินแคบที่ป้องกันยากในยามศึก จึงมักถูกปล่อยให้ร้างหรือยุบรวมเข้ากับเมืองเพชรบุรีอยู่หลายครั้ง เดิมพื้นที่แถบนี้เป็นเมืองชั้นจัตวาเล็กๆ หลายเมืองกระจายกันอยู่ ทั้งเมืองกุย เมืองคลองวาฬ และเมืองบางนางรม
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2398 โปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองกุย เมืองคลองวาฬ และเมืองบางนางรมเข้าเป็นเมืองเดียวกัน โดยตั้งที่ว่าการที่เมืองกุย และพระราชทานชื่อใหม่ว่า "เมืองประจวบคีรีขันธ์" ให้คล้องจองกับเมืองประจันตคีรีเขต (เกาะกง) ทางฝั่งตะวันออก ชื่อนี้จึงสะท้อนทั้งความเป็นแผ่นดินที่ขนาบด้วยภูเขาและทะเล และความเป็นเมืองชายแดนของราชอาณาจักร
ถ้ำพระยานคร เขาช่องกระจก และเขาสามร้อยยอด
ภาพไอคอนิกที่สุดของจังหวัดคือ "พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" ศาลาทรงจตุรมุขสีทองที่ตั้งโดดเด่นกลางถ้ำพระยานคร ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี ถ้ำนี้มีปล่องเปิดให้แสงแดดสาดลงมาต้องพระที่นั่งในช่วงสายราว 10–11 โมง เกิดเป็นภาพแสงทองอันน่าอัศจรรย์ พระที่นั่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 และกลายเป็นตราประจำจังหวัดในเวลาต่อมา การไปถึงต้องเดินขึ้นเขาหรือนั่งเรือจากหาดบางปูแล้วปีนต่ออีกช่วงหนึ่ง จึงเป็นการผจญภัยเบาๆ ที่คุ้มค่ากับวิวปลายทาง
ในตัวเมือง "เขาช่องกระจก" เป็นภูเขาเตี้ยๆ ที่เดินบันไดประมาณ 396 ขั้นขึ้นถึงยอด มีช่องโปร่งคล้ายกรอบกระจกอันเป็นที่มาของชื่อ บนยอดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและมองเห็นเมืองสามอ่าวแบบ 360 องศา ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดยังเป็นแหล่งรวมระบบนิเวศหลากหลายทั้งทุ่งสามร้อยยอด (พื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญ) ป่าชายเลน เกาะแก่ง และนกน้ำนานาชนิดให้ดูตลอดปี
ทะเล หาดทราย และเมืองตากอากาศหัวหิน
ทางเหนือสุดของจังหวัดคือ "หัวหิน" เมืองตากอากาศที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ชื่อหัวหินมาจากครั้งที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ เสด็จมาสร้างตำหนัก "แสนสำราญสุขเวศน์" ริมหมู่หินชายทะเล แล้วทรงขนานนามหาดทรายบริเวณนั้นว่าหัวหิน ปัจจุบันหัวหินเต็มไปด้วยตลาดน้ำ ตลาดโต้รุ่ง สถานีรถไฟหัวหินอันคลาสสิก และโรงแรมริมทะเลที่ดึงดูดคนกรุงเทพฯ มาพักผ่อนสุดสัปดาห์
ถัดลงมาที่ปากน้ำปราณบุรี มี "วนอุทยานปราณบุรี" ป่าชายเลนผืนงามที่เกิดจากโครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มีสะพานไม้เดินศึกษาธรรมชาติยาวกว่า 1,000 เมตร เหมาะกับการเดินเล่นยามเช้า ส่วน "อ่าวมะนาว" ในเขตกองบิน 5 เป็นหาดน้ำตื้นสะอาด ปลอดภัย เป็นที่นิยมของครอบครัวที่พาเด็กๆ มาเล่นน้ำ
วีรกรรม 8 ธันวาคม 2484 และของขึ้นชื่อเมืองสับปะรด
ประจวบคีรีขันธ์มีหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่คนไทยภาคภูมิใจ เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 กองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่อ่าวมะนาว ทหารอากาศกองบิน 5 ยุวชนทหาร ตำรวจ และครอบครัวทหาร ได้ร่วมกันต่อสู้อย่างกล้าหาญแม้กำลังจะน้อยกว่ามาก ทุกปีในวันที่ 8 ธันวาคม กองทัพอากาศจึงจัดงานรำลึกวีรกรรมที่อนุสาวรีย์วีรชน 8 ธันวาคม 2484 ภายในกองบิน 5 กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีอุทยานประวัติศาสตร์ให้เรียนรู้
ในแง่ของกินของฝาก จังหวัดนี้คือแชมป์ "สับปะรด" โดยเฉพาะสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่หวานฉ่ำ ปลูกกันมากในอำเภอบางสะพานและสามร้อยยอด แปรรูปเป็นทั้งสับปะรดกระป๋องส่งออกและสับปะรดกวน นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดจากเรือประมง ทั้งปลาหมึกแดดเดียว กุ้ง หอย ปูม้า และน้ำพริกกะปิคลองวาฬ ของฝากยอดนิยมยังมีปลาหมึกแห้ง กะปิ และผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวฝีมือชาวบ้านอีกด้วย
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ที่สุดคือฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย ทะเลใส คลื่นลมไม่แรง เหมาะทั้งกับการเล่นน้ำและการปีนเขาขึ้นถ้ำพระยานคร และยังตรงกับช่วงงานรำลึกวีรกรรม 8 ธันวาคมพอดี ส่วนใครอยากเลี่ยงฝนควรหลีกเลี่ยงเดือนกันยายนถึงตุลาคมที่มีฝนชุก
เกร็ดที่หลายคนไม่รู้คือ ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีแนวชายฝั่งทะเลยาวที่สุดจังหวัดหนึ่งของไทย แต่กลับเป็นจุดที่ประเทศไทยแคบที่สุดด้วย จึงเที่ยวได้ทั้งทะเลและภูเขาในวันเดียว และด้วยระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 280–320 กิโลเมตร มีทั้งรถไฟสายใต้และถนนเพชรเกษมเข้าถึงสะดวก ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายโรดทริปยอดนิยมที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- เป็นจุดที่ประเทศไทยแคบที่สุด ราว 11 กิโลเมตร จากอ่าวไทยถึงชายแดนเมียนมา บริเวณตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง
- ได้ชื่อ "ประจวบคีรีขันธ์" ในสมัยรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2398 จากการรวมเมืองกุย คลองวาฬ และบางนางรม ให้คล้องจองกับเมืองประจันตคีรีเขต
- พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ในถ้ำพระยานคร สร้างสมัยรัชกาลที่ 5 (เสด็จ 20 มิ.ย. 2433) และเป็นตราประจำจังหวัด
- เป็น "เมืองสามอ่าว" ได้แก่ อ่าวประจวบ อ่าวมะนาว และอ่าวน้อย มองเห็นพร้อมกันจากยอดเขาช่องกระจก (บันได 396 ขั้น)
- วันที่ 8 ธันวาคม 2484 เกิดวีรกรรมต่อสู้กองทัพญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบกอ่าวมะนาว มีพิธีรำลึกที่กองบิน 5 ทุกปี
- เป็นแหล่งปลูกสับปะรด (พันธุ์ปัตตาเวีย) ส่งออกอันดับต้นของไทย และขึ้นชื่ออาหารทะเลสด ปลาหมึกแดดเดียว กะปิคลองวาฬ
