เพชรบุรี เมืองสามรส วังบนเขา ขนมหวานเลื่องชื่อ และมรดกโลกแก่งกระจาน
เพชรบุรีเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ถึงสองชั่วโมง แต่กลับอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวมากกว่าขนาดของมันมาก คนเมืองเพชรเรียกบ้านตัวเองว่า เมืองสามรส เพราะมีของขึ้นชื่อครบทั้งหวานจากน้ำตาลโตนด เปรี้ยวจากมะนาวและส้มในสวน และเค็มจากนาเกลือริมทะเล รสทั้งสามนี้ไม่ได้เป็นแค่คำพูดติดปาก แต่สะท้อนภูมิประเทศจริง ๆ ที่ไล่จากเทือกเขาตะนาวศรีฝั่งตะวันตก ผ่านที่ราบลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี ลงไปจบที่อ่าวไทย
สิ่งที่ทำให้เพชรบุรีแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไปคือความเป็น เมืองช่าง และ เมืองวัง อย่างชัดเจน ที่นี่เป็นเมืองโบราณตั้งแต่สมัยทวารวดีต่อเนื่องมาถึงอยุธยา และเป็นเมืองโปรดของพระมหากษัตริย์หลายรัชกาลที่เสด็จมาประทับ จนทิ้งพระราชวังไว้บนยอดเขาและริมแม่น้ำให้คนรุ่นหลังได้ชม
ภายในวันเดียวที่เพชรบุรี คุณสามารถเดินขึ้นกระเช้าไปชมพระราชวังฤดูร้อนบนยอดเขา แวะกินขนมหม้อแกงร้านเก่าแก่ มุดเข้าถ้ำที่มีแสงลอดลงมากระทบพระพุทธรูป แล้วไปนอนฟังเสียงคลื่นที่หาดชะอำในเย็นวันเดียวกัน นี่คือเสน่ห์ของเมืองที่ครบเครื่องอย่างน่าทึ่ง
เมืองเก่าพันปี ที่กษัตริย์ทรงโปรด
เพชรบุรีเป็นเมืองที่มีอายุยาวนานมาก หลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่ามีชุมชนตั้งแต่สมัยทวารวดีต่อเนื่องผ่านสมัยขอม สุโขทัย จนถึงอยุธยา วัดมหาธาตุวรวิหารกลางเมืองสันนิษฐานว่ามีอายุราว 800 ถึง 1,000 ปี เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองมาช้านาน
ความพิเศษของเพชรบุรีคือการเป็นเมืองที่พระมหากษัตริย์ทรงโปรดให้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐาน จุดเด่นที่สุดคือ พระนครคีรี หรือที่คนทั่วไปเรียกติดปากว่า เขาวัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นพระราชวังฤดูร้อนบนยอดเขาสามลูก เป็นสถาปัตยกรรมผสมระหว่างนีโอคลาสสิกตะวันตกกับศิลปะจีนและไทย ตั้งเด่นมองเห็นได้แต่ไกล จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังอีกแห่งริมแม่น้ำเพชรบุรี คือ พระรามราชนิเวศน์ หรือ วังบ้านปืน ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน เป็นอาคารสไตล์ยุโรปบาโรกผสมอาร์ตนูโวที่สวยงามแปลกตา การก่อสร้างมาแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 สะท้อนให้เห็นว่าเพชรบุรีเป็นเมืองที่ราชสำนักให้ความสำคัญต่อเนื่องหลายรัชกาล
เขาวัง ถ้ำเขาหลวง และฝีมือสกุลช่างเมืองเพชร
การเที่ยวเพชรบุรีควรเริ่มที่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปชมหมู่พระที่นั่ง พระตำหนัก หอชมวิว และพระธาตุจอมเพชรบนยอดเขา จากด้านบนมองเห็นตัวเมืองเพชรบุรีได้ทั้งเมือง ที่นี่ยังเป็นบ้านของฝูงลิงจำนวนมาก ควรเก็บของและถุงให้มิดชิด
อีกหนึ่งจุดที่พลาดไม่ได้คือ ถ้ำเขาหลวง ถ้ำหินปูนที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน Unseen Thailand ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณจำนวนมากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 จุดเด่นคือช่วงสาย ๆ ที่แสงแดดลอดผ่านปล่องบนเพดานถ้ำลงมากระทบองค์พระ เกิดเป็นภาพที่งดงามจนหลายคนยกให้เป็นถ้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
สิ่งที่ทำให้วัดและงานศิลป์ของเพชรบุรีโดดเด่นกว่าที่อื่นคือ สกุลช่างเมืองเพชร ช่างศิลป์พื้นถิ่นที่สืบทอดฝีมือกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งงานปูนปั้น งานแกะสลักไม้ และลายรดน้ำ ผู้ที่สนใจสามารถชมฝีมือเหล่านี้ได้ตามวัดเก่าในตัวเมือง เช่น วัดใหญ่สุวรรณาราม และวัดมหาธาตุ ซึ่งยังมีช่างรุ่นใหม่สืบสานงานอยู่จนทุกวันนี้
จากนาเกลือถึงป่าแก่งกระจาน มรดกโลกแห่งใหม่
เพชรบุรีมีภูมิประเทศหลากหลายอย่างน่าทึ่งสำหรับจังหวัดขนาดเล็ก ฝั่งทะเลมีหาดยอดนิยมอย่าง หาดชะอำ ที่อยู่คู่คนกรุงเทพฯ มานาน รวมถึง หาดเจ้าสำราญ และ หาดปึกเตียน ที่บรรยากาศเงียบสงบกว่า เหมาะกับครอบครัว ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่นาเกลือและสวนผลไม้อันเป็นที่มาของรสเค็มและเปรี้ยว
ฝั่งตะวันตกของจังหวัดคือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน กลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ นับเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของไทย ผืนป่านี้ครอบคลุมเพชรบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหายากอย่างช้าง เสือโคร่ง และเลียงผา
แก่งกระจานยังมีเขื่อนแก่งกระจาน ทะเลสาบกว้างใหญ่ และเส้นทางชมทะเลหมอกที่พะเนินทุ่งในฤดูหนาว นักเดินทางสายธรรมชาติสามารถกางเต็นท์ ล่องเรือ และดูนกได้ตลอดทั้งปี ทำให้เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่ตอบโจทย์ทั้งคนชอบทะเล ชอบประวัติศาสตร์ และชอบป่าในที่เดียว
เมืองสามรส กับขนมหวานที่ขึ้นชื่อทั้งประเทศ
ถ้าพูดถึงของฝากจากเพชรบุรี สิ่งแรกที่คนนึกถึงคือ ขนมหม้อแกง ขนมไทยเนื้อนุ่มหอมที่อบจนผิวหน้าเกรียมสวย เอกลักษณ์อยู่ที่การใช้ น้ำตาลโตนด แทนน้ำตาลทั่วไป ทำให้ได้รสหวานกลมกล่อมและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ร้านดังหลายเจ้าขึ้นต้นด้วยคำว่า แม่ เช่น แม่กิมไล้ แม่กิมลั้ง จนเป็นภาพจำเวลาขับรถเข้าเมือง
น้ำตาลโตนดเป็นหัวใจของอาหารและขนมเมืองเพชร เพราะที่นี่มีต้นตาลขึ้นอยู่ทั่วทุ่งนา ชาวบ้านปีนขึ้นไปเก็บน้ำหวานจากงวงตาลมาเคี่ยวเป็นน้ำตาลปึกและน้ำตาลปี๊บ นอกจากหม้อแกงแล้ว ยังนำไปทำขนมตาล ขนมชั้น และทองหยิบทองหยอดที่รสชาติต่างจากที่อื่น
อีกหนึ่งของกินที่ต้องลองคือ ข้าวแช่เมืองเพชร เมนูคลายร้อนชั้นสูงที่เสิร์ฟข้าวสุกแช่น้ำลอยดอกไม้เย็นชื่นใจ พร้อมเครื่องเคียงประณีตอย่างลูกกะปิทอด หัวหอมสอดไส้ และเนื้อเค็มฝอยผัดหวานด้วยน้ำตาลโตนด เป็นภูมิปัญญาที่สะท้อนความพิถีพิถันของคนเมืองเพชรได้เป็นอย่างดี
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวเพชรบุรีมากที่สุดคือฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย เหมาะทั้งการเดินขึ้นเขาวัง การเที่ยวทะเล และการขึ้นไปชมทะเลหมอกที่แก่งกระจาน ส่วนหน้าฝนป่าจะเขียวชอุ่มสวยงามแต่ควรเช็กสภาพเส้นทางก่อน
หากอยากสัมผัสบรรยากาศเทศกาล ควรมาช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่มี งานพระนครคีรีเมืองเพชร งานประจำปีที่จัดบริเวณเขาวัง มีการประดับไฟทั้งภูเขาจนสว่างไสว ขบวนแห่ การแสดงแสงสีเสียง การประกวดพลุ และซุ้มอาหารคาวหวานเมืองเพชรให้ได้ชิมกันเต็มที่ เป็นภาพที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์มาก
เกร็ดน่ารู้คือเพชรบุรีอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากจนเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้สบาย แต่ของดีเยอะจนหลายคนเลือกค้างคืนเพื่อให้เที่ยวได้ครบ ทั้งวัง ถ้ำ ทะเล ป่า และขนมหวาน ใครที่คิดว่าเมืองนี้เป็นแค่ทางผ่านไปหัวหิน ลองแวะดูสักครั้งแล้วจะรู้ว่าพลาดอะไรไป
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- เขาวัง หรือ พระนครคีรี เป็นพระราชวังฤดูร้อนบนยอดเขาสามลูกที่รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ขึ้นได้ด้วยกระเช้าไฟฟ้า
- วังบ้านปืน (พระรามราชนิเวศน์) เป็นพระราชวังสไตล์ยุโรปริมแม่น้ำเพชรบุรี ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมันในสมัยรัชกาลที่ 5
- กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากยูเนสโกเมื่อ 26 กรกฎาคม 2564 เป็นแห่งที่ 3 ของไทย และเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
- ขนมหม้อแกงเมืองเพชรใช้น้ำตาลโตนดเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้มีรสหวานหอมเฉพาะตัว ร้านดังมักขึ้นต้นด้วยคำว่า แม่
- เพชรบุรีได้ฉายา เมืองสามรส จากของขึ้นชื่อครบทั้งหวาน (น้ำตาลโตนด) เปรี้ยว (ผลไม้ในสวน) และเค็ม (นาเกลือริมทะเล)
- มีสกุลช่างเมืองเพชร ช่างศิลป์พื้นถิ่นที่สืบทอดงานปูนปั้น แกะสลักไม้ และลายรดน้ำ ชมได้ตามวัดเก่าอย่างวัดมหาธาตุวรวิหารและวัดใหญ่สุวรรณาราม