นครพนม เมืองริมโขงแห่งศรัทธา พระธาตุพนม ไหลเรือไฟ และเสน่ห์สองฝั่งน้ำ
ถ้ามีจังหวัดหนึ่งในอีสานที่ผู้คนพูดถึงด้วยรอยยิ้มและคำว่า "อยากกลับไปอีก" นครพนมมักจะเป็นชื่อแรกๆ ที่ลอยขึ้นมา เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงแห่งนี้ไม่ได้มีตึกสูงหรือห้างหรูให้ตื่นเต้น แต่กลับมีบางอย่างที่หาได้ยากขึ้นทุกวัน นั่นคือจังหวะชีวิตที่ช้าลง อากาศเย็นสบายยามเช้าริมโขง และทิวเขาฝั่งลาวที่ทอดตัวเป็นฉากหลังให้พระอาทิตย์ขึ้นทุกวัน
นครพนมเป็นจังหวัดชายแดนที่มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งพรมแดนกับแขวงคำม่วนของ สปป.ลาว ตลอดแนวด้านเหนือและตะวันออก เสน่ห์ของที่นี่จึงผูกพันกับสายน้ำสายนี้อย่างแยกไม่ออก ทั้งวิถีชีวิต ความเชื่อเรื่องพญานาค อาหารปลาน้ำโขง ไปจนถึงประเพณีไหลเรือไฟอันลือชื่อที่จัดกันริมตลิ่งทุกปี
ที่สำคัญ นครพนมยังเป็นเมืองที่ผสมผสานผู้คนหลากเชื้อสายอย่างกลมกลืน ทั้งชนเผ่าพื้นเมืองหลายกลุ่ม ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม และชาวจีน ทำให้บรรยากาศของเมืองมีกลิ่นอายที่แตกต่างจากจังหวัดอีสานอื่นๆ อย่างชัดเจน บทความนี้จะพาไปรู้จักนครพนมให้ลึกขึ้น ตั้งแต่ตำนานพระธาตุพนมไปจนถึงจานแหนมเนืองร้อนๆ ริมโขง
ความเป็นมา เมืองเก่าแห่งอาณาจักรศรีโคตรบูร
ชื่อ "นครพนม" แปลตรงตัวได้ว่า เมืองแห่งภูเขา ซึ่งสอดคล้องกับทิวเขาฝั่งลาวที่มองเห็นได้จากตัวเมือง รากเหง้าของพื้นที่นี้เก่าแก่มาก โดยเชื่อมโยงกับอาณาจักรศรีโคตรบูรที่เคยรุ่งเรืองสองฝั่งโขงเมื่อกว่าพันปีก่อน ศูนย์กลางความศรัทธาของอาณาจักรนั้นก็คือองค์พระธาตุพนม ที่ตั้งตระหง่านบนภูกำพร้าริมแม่น้ำโขงมาจนถึงปัจจุบัน
นครพนมจึงเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในฐานะหัวเมืองชายแดน เป็นจุดบรรจบของผู้คนหลายเชื้อสายที่อพยพข้ามแม่น้ำโขงไปมา ทั้งในยามสงบและยามศึก กลายเป็นเบ้าหลอมวัฒนธรรมที่ทำให้เมืองนี้มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนเมืองอีสานทั่วไป
สถานที่ต้องไป จากพระธาตุพนมถึงสะพานมิตรภาพ 3
หัวใจของการมานครพนมคือการได้กราบ พระธาตุพนม ที่อำเภอธาตุพนม เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงสง่าที่ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า เป็นพระธาตุที่ชาวอีสานและชาวลาวสองฝั่งโขงเคารพศรัทธาอย่างสูง และถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีวอก
ในตัวเมืองมี ลานพญาศรีสัตตนาคราช รูปหล่อพญานาคเจ็ดเศียรริมโขงที่กลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปและจุดสักการะยอดนิยม ใกล้กันคือ หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ที่ชาวไทยเชื้อสายเวียดนามสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503 เพื่อระลึกถึงมิตรภาพไทย-เวียดนาม ส่วนผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด อนุสรณ์สถานบ้านลุงโฮจิมินห์ ที่บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ ซึ่งโฮจิมินห์เคยพำนักอยู่ในช่วงเคลื่อนไหวกอบกู้เอกราชเวียดนาม
อีกจุดที่พลาดไม่ได้คือ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) สะพานข้ามโขงยาวกว่า 780 เมตร ที่เชื่อมการเดินทางสู่ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ ทิวทัศน์สะพานยามเย็นเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเก็บภาพ
วัฒนธรรมและประเพณี ไหลเรือไฟหนึ่งเดียวในโลก
งานที่ทำให้นครพนมเป็นที่รู้จักทั่วประเทศคือ ประเพณีไหลเรือไฟ ซึ่งจัดในช่วงวันออกพรรษาริมแม่น้ำโขงทุกปี เรือไฟแต่ละลำประดับด้วยดวงไฟนับหมื่นดวงเป็นรูปองค์พระธาตุและลวดลายต่างๆ แล้วปล่อยให้ลอยไปตามลำน้ำในยามค่ำคืน เป็นภาพที่งดงามตระการตาจนได้ชื่อว่า "หนึ่งเดียวในโลก" ควบคู่กับการปล่อยกระทงสายและการแสดงแสงสีเสียงตลอดงาน
เช้าวันออกพรรษายังมีพิธี ตักบาตรเทโวโรหณะ ที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งมีพระสงฆ์ร่วมรับบิณฑบาตจำนวนมากท่ามกลางพุทธศาสนิกชนเรือนหมื่น นอกจากนี้นครพนมยังภูมิใจกับความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งไทยญ้อ ผู้ไทย ไทยกะเลิง ไทยโส้ ไทยแสก ไทยข่า ไทยกวน ไทยตาด และไทยอีสาน รวมถึงชาวไทยเชื้อสายเวียดนามและจีน ซึ่งต่างมีเครื่องแต่งกายและภาษาเป็นของตนเอง
อาหารและของขึ้นชื่อ รสเวียดนามกลางเมืองอีสาน
จุดเด่นของอาหารนครพนมที่หาไม่ได้ง่ายในจังหวัดอื่นคือรสชาติเวียดนามที่ฝังรากอยู่ในเมือง ของกินที่ต้องลองคือ แหนมเนือง หมูปิ้งห่อแผ่นแป้งกับผักสดและน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ และมื้อเช้าสไตล์นครพนมอย่าง ไข่กระทะ และ ต้มเส้น (ก๋วยจั๊บญวน) ที่ร้านดังในตัวเมือง รวมถึง ข้าวเกรียบปากหม้อ ร้อนๆ ที่คนท้องถิ่นการันตี
เมื่อเอ่ยถึงของฝาก หมูยอ คือพระเอกอันดับหนึ่งประจำจังหวัด ตามด้วยแหนมและไส้กรอกแบบเวียดนามที่วางขายเรียงรายในตัวเมือง ส่วนผลไม้ขึ้นชื่อคือ สับปะรดท่าอุเทน ที่เนื้อหวานฉ่ำ และอย่าลืมลองเมนูปลาน้ำโขงสดๆ ที่เป็นวัตถุดิบประจำถิ่นของเมืองริมน้ำแห่งนี้
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวนครพนมคือฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ที่อากาศริมโขงเย็นสบายและฟ้าใส แต่ถ้าอยากดูไหลเรือไฟต้องมาช่วงออกพรรษาปลายเดือนกันยายนถึงต้นตุลาคม ส่วนใครชอบธรรมชาติแปลกตา ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม น้ำโขงจะลดจนเผยหาดทรายสีทองกลางลำน้ำให้ได้ลงไปเดินเล่น
เคล็ดลับเล็กๆ คือ ถนนคนเดินริมโขง บริเวณหอนาฬิกาเวียดนามจะเปิดเฉพาะเย็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ราว 16.30-20.30 น. เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเดินชิมของกินพร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกหลังภูเขาฝั่งลาว และอย่าลืมว่านครพนมยังมีงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราชใหญ่ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี ที่ดึงดูดผู้ศรัทธาจากทั่วประเทศ
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- พระธาตุพนม ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่บนภูกำพร้าริมโขง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีวอก
- ประเพณีไหลเรือไฟวันออกพรรษาได้ชื่อว่า "หนึ่งเดียวในโลก" จัดริมแม่น้ำโขง พร้อมปล่อยกระทงสายนับพันดวง
- สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) ยาวกว่า 780 เมตร เชื่อมเส้นทางสู่ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้
- นครพนมมีความหลากหลายของชนเผ่าหลายกลุ่ม เช่น ไทยญ้อ ผู้ไทย ไทยแสก ไทยโส้ บวกชาวไทยเชื้อสายเวียดนามและจีน
- บ้านลุงโฮจิมินห์ที่บ้านนาจอก เป็นที่พำนักเดิมของโฮจิมินห์ในช่วงเคลื่อนไหวกอบกู้เอกราชเวียดนาม
- ของฝากเด่นคือหมูยอและแหนมเนืองรสเวียดนาม รวมถึงสับปะรดท่าอุเทนเนื้อหวานฉ่ำ
