มหาสารคาม เมืองตักศิลาอีสาน: พระธาตุนาดูน เสื่อกกบ้านแพง และข้าวเม่าร้อยปี
มหาสารคามอาจไม่ใช่จังหวัดแรกที่คนนึกถึงเวลาวางแผนเที่ยวอีสาน แต่ใครที่ได้แวะมาจะพบว่าเมืองนี้มีบุคลิกที่ชัดเจนและน่ารักในแบบของตัวเอง คนอีสานเรียกที่นี่ว่า "เมืองตักศิลา" เพราะเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภาคที่มีทั้งมหาวิทยาลัยมหาสารคามและมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามตั้งอยู่ ทำให้บรรยากาศของเมืองผสมระหว่างความเป็นเมืองนักศึกษาที่คึกคักกับวิถีชนบทอีสานแบบดั้งเดิมได้อย่างกลมกลืน
เสน่ห์ของมหาสารคามอยู่ที่ความเป็น "กลางอีสาน" จริง ๆ เพราะที่นี่คือที่ตั้งของ "สะดืออีสาน" หรือจุดศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่เคยขุดพบพระบรมสารีริกธาตุจนกลายมาเป็นพระบรมธาตุนาดูนที่ผู้คนเรียกขานว่า "พุทธมณฑลอีสาน" เมืองนี้จึงเดินทางมาเพื่อไหว้พระ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และสัมผัสงานหัตถกรรมพื้นบ้านได้พร้อมกันในทริปเดียว
ที่สำคัญคือมหาสารคามยังเป็นเมืองของของกินของฝากที่มีรากลึก ทั้งข้าวเม่าที่สืบทอดภูมิปัญญามากว่าร้อยปี และเสื่อกกบ้านแพงที่เป็นสินค้า OTOP ระดับห้าดาวของจังหวัด ทำให้การมาเที่ยวที่นี่ไม่ได้กลับบ้านมือเปล่าแน่นอน
ประวัติและความเป็นมา: จากนครจัมปาศรีถึงเมืองตักศิลา
มหาสารคามมีรากทางประวัติศาสตร์ที่ลึกกว่าที่หลายคนคิด ในเขตอำเภอนาดูนเคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ "นครจัมปาศรี" ที่มีอายุย้อนไปถึงยุคทวารวดีและขอม ร่องรอยอารยธรรมเหล่านี้ยังหลงเหลือให้เห็นในรูปของปราสาทหินและกู่ต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัด
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2522 เมื่อมีการขุดค้นพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่บ้านนาดูน ลักษณะเป็นผอบสามชั้น ชั้นในทองคำ ชั้นกลางเงิน และชั้นนอกสำริด การค้นพบครั้งนั้นนำไปสู่การสร้างองค์พระบรมธาตุนาดูนซึ่งแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2530 จังหวัดมหาสารคามเองตั้งเป็นเมืองมาตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาลที่ 4 และมีอายุครบ 150 ปีแล้ว ส่วนสมญา "เมืองตักศิลา" มาจากการที่เมืองนี้เป็นศูนย์รวมสถาบันการศึกษาของอีสานในเวลาต่อมา
สถานที่ที่ต้องไป: พระบรมธาตุนาดูน กู่บ้านเขวา และสะดืออีสาน
หมุดหมายอันดับหนึ่งคือ พระบรมธาตุนาดูน ในอำเภอนาดูน องค์พระธาตุสีขาวตั้งเด่นกลางพื้นที่กว้างกว่า 900 ไร่ มีทั้งพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมจัมปาศรีที่เก็บโบราณวัตถุจากการขุดค้น สวนรุกขชาติ และสวนสมุนไพร เหมาะกับการมาไหว้พระและเดินเล่นแบบสบาย ๆ
อีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือ ปรางค์กู่บ้านเขวา หรือกู่มหาธาตุ ในอำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนแจ้งสนิทราว 13 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานศิลาแลงทรงกระโจมสี่เหลี่ยมอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 และยังมีกู่สันตรัตน์ที่สร้างด้วยหินทรายแบบศิลปะขอมบายนให้ตามรอยต่ออีกจุด
สายถ่ายรูปและสายธรรมชาติแวะ "สะดืออีสาน" ในอำเภอโกสุมพิสัย ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของภาคอีสาน และ "แก่งเลิงจาน" อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวเมืองและนิสิตนักศึกษามาหลายยุค มีวิวกว้างและสถานีประมงเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดอยู่ใกล้ ๆ
วัฒนธรรมและประเพณี: บุญเบิกฟ้าและงานนมัสการพระธาตุ
ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของมหาสารคามคือ "บุญเบิกฟ้า" จัดในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งตรงกับช่วงปลายมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ เป็นพิธีบวงสรวงแม่โพสพเพื่อขอบคุณและขอพรให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลก่อนเริ่มทำนา จุดเด่นคือปะรำพิธีที่มีกระทงใหญ่เก้าห้องใส่เครื่องบัดพลี ทั้งหมากพลู ข้าวตอก ถั่วงา และอาหารคาวหวานวางบนกองข้าว สะท้อนความผูกพันของคนอีสานกับการทำนาอย่างชัดเจน ปัจจุบันจัดร่วมกับงานกาชาดประจำจังหวัด
อีกงานใหญ่คืองานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน ที่จัดในช่วงวันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 มีทั้งการเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุ การบวงสรวง ทำบุญตักบาตร และฟังธรรม ดึงพุทธศาสนิกชนจากทั่วอีสานมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก
อาหารและของขึ้นชื่อ: ข้าวเม่าร้อยปีและเสื่อกกบ้านแพง
ของกินที่เป็นหน้าเป็นตาของมหาสารคามคือ "ข้าวเม่า" ภูมิปัญญาที่สืบทอดมากว่าร้อยปี โดยเฉพาะข้าวเม่าจากชุมชนโพธิ์ศรีที่ขึ้นชื่อ ในแต่ละปีจะมีงานถนนข้าวเม่าบริเวณถนนศรีสวัสดิ์ดำเนิน พร้อมขบวนแห่จากชุมชนต่าง ๆ ให้ได้ชิมข้าวเม่าหลากแบบ ทั้งข้าวเม่าคลุก ข้าวเม่าทอด นอกจากนี้ยังมีอาหารพื้นบ้านอีสานแท้ ๆ อย่างหม่ำ ปลาส้ม และของหมักดองรสจัดจ้านให้ลิ้มลอง
ด้านของฝากเชิงหัตถกรรม ห้ามพลาด "เสื่อกกบ้านแพง" จากอำเภอโกสุมพิสัย ซึ่งเป็นแหล่งทอเสื่อกกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดและได้รับ OTOP ระดับห้าดาว มีการทอกันมานานกว่าหกสิบปี ปัจจุบันแปรรูปเป็นทั้งกระเป๋า แผ่นรองแก้ว และเบาะรองนั่งลวดลายสวยงาม อีกหนึ่งงานฝีมือที่ขึ้นชื่อคือผ้าไหมลายสร้อยดอกหมาก ซึ่งเป็นลายเอกลักษณ์ของเมืองนี้
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวมหาสารคามที่สุดคือฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย และยังตรงกับงานประเพณีใหญ่ทั้งบุญเบิกฟ้าและงานนมัสการพระธาตุนาดูนในเดือนสาม ทำให้ได้เที่ยวงานวัฒนธรรมไปพร้อมกับสภาพอากาศที่กำลังดี
เกร็ดที่หลายคนไม่รู้คือมหาสารคามตั้งอยู่ใจกลางอีสานพอดี จึงเดินทางต่อไปร้อยเอ็ด ขอนแก่น หรือกาฬสินธุ์ได้สะดวกมาก เหมาะทำเป็นจุดแวะพักหรือฐานทัพในการเที่ยวกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ และด้วยความเป็นเมืองมหาวิทยาลัย ตัวเมืองจึงเต็มไปด้วยร้านกาแฟ ร้านอาหาร และตลาดนัดนักศึกษาที่ราคาเป็นมิตรและบรรยากาศสนุก เหมาะกับนักเดินทางงบไม่สูง
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ได้สมญาว่า "เมืองตักศิลาแห่งอีสาน" เพราะเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหาสารคามและมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
- พระบรมธาตุนาดูน อ.นาดูน สร้างจากการขุดพบพระบรมสารีริกธาตุปี พ.ศ. 2522 (ผอบ 3 ชั้น ทองคำ-เงิน-สำริด) แล้วเสร็จปี 2530 รู้จักในชื่อ "พุทธมณฑลอีสาน"
- เป็นที่ตั้งของ "สะดืออีสาน" จุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ อ.โกสุมพิสัย
- ประเพณีบุญเบิกฟ้า จัดวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 (ปลายม.ค.–ต้นก.พ.) บวงสรวงแม่โพสพด้วยกระทงเก้าห้องก่อนฤดูทำนา
- ข้าวเม่าชุมชนโพธิ์ศรี ภูมิปัญญาเก่าแก่กว่า 100 ปี มีงานถนนข้าวเม่าที่ถนนศรีสวัสดิ์ดำเนิน
- เสื่อกกบ้านแพง อ.โกสุมพิสัย OTOP ระดับ 5 ดาว แหล่งทอเสื่อกกใหญ่ที่สุดของจังหวัด ทอกันมากว่า 60 ปี
