ชัยภูมิ: เมืองพญาแล ทุ่งดอกกระเจียว และผ้าไหมบ้านเขว้า
ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่หลายคนขับรถผ่านระหว่างทางขึ้นอีสาน แต่ไม่ค่อยได้แวะ ทั้งที่จริงแล้วนี่คือหนึ่งในจังหวัดที่ "ป่าเขายังเขียว" ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างที่ราบสูงโคราชกับเทือกเขาเพชรบูรณ์ ทำให้ภูมิประเทศของที่นี่ไม่ได้แห้งแล้งอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เต็มไปด้วยภูเขา น้ำตก และทุ่งดอกไม้ที่บานปีละครั้ง
ชื่อ "ชัยภูมิ" หมายถึงแผ่นดินแห่งชัยชนะ และเมืองนี้ก็มีวีรบุรุษประจำเมืองที่คนชัยภูมิเคารพรักอย่างลึกซึ้ง นั่นคือ "เจ้าพ่อพญาแล" ผู้อพยพข้ามลำน้ำโขงมาตั้งบ้านแปงเมืองเมื่อราวสองร้อยปีก่อน ทุกวันนี้ศาลและอนุสาวรีย์ของท่านยังเป็นศูนย์รวมใจ และเป็นที่มาของงานประเพณีใหญ่ที่สุดของจังหวัด
สำหรับนักเดินทางที่ชอบธรรมชาติ ชัยภูมิคือคำตอบของหน้าฝน เพราะช่วงกรกฎาคม–สิงหาคมที่ภาคอื่นอาจฝนตกจนเที่ยวลำบาก กลับเป็นช่วงที่ทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงผลิบานเต็มลานหินบนเทือกเขาพังเหย กลายเป็นภาพที่ติดตาคนทั้งประเทศ
จากเวียงจันทน์สู่เมืองชัยภูมิ: ตำนานเจ้าพ่อพญาแล
ประวัติของชัยภูมิผูกพันแน่นกับชายผู้หนึ่งชื่อ "แล" เดิมเป็นข้าราชการในสำนักเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ ราวปี พ.ศ. 2360 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) นายแลได้อพยพครอบครัวและบริวารข้ามลำน้ำโขงเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเขตที่เป็นชัยภูมิทุกวันนี้ ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองคนแรกในนาม "พระยาภักดีชุมพล"
เมื่อเกิดศึกเจ้าอนุวงศ์ พระยาภักดีชุมพลเลือกที่จะภักดีต่อกรุงเทพฯ และร่วมป้องกันแผ่นดิน จนสุดท้ายต้องสังเวยชีวิต ชาวเมืองจึงเรียกขานท่านด้วยความเคารพรักว่า "เจ้าพ่อพญาแล" และยกย่องเป็นวีรบุรุษประจำจังหวัดมาจนถึงปัจจุบัน
ทุกวันนี้อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแลตั้งเด่นอยู่กลางวงเวียนศูนย์ราชการในตัวเมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2508 ส่วนศาลเจ้าพ่อพญาแลก็เป็นจุดที่ทั้งคนท้องถิ่นและผู้ผ่านทางมักแวะสักการะขอพรก่อนเดินทางต่อ น่าสังเกตว่าปี พ.ศ. 2569 ยังเป็นวาระครบรอบ 200 ปีของการตั้งเมืองโดยท่านอีกด้วย
ทุ่งดอกกระเจียว น้ำตกตาดโตน และมอหินขาว
ไฮไลต์ที่ทำให้ชัยภูมิดังไปทั้งประเทศคือ "ทุ่งดอกกระเจียว" ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาพังเหย และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 105 ของไทย ทุกปีช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงจะทยอยบานเต็มลานหินกว้างจนกลายเป็น "ทุ่งบัวสวรรค์" ที่ถ่ายรูปสวยแทบทุกมุม ภายในอุทยานยังมีลานหินรูปร่างแปลกตาและจุดชมวิวสุดแผ่นดินที่มองเห็นทิวเขาทอดยาว
ใกล้ตัวเมืองขึ้นมาคืออุทยานแห่งชาติตาดโตน บนเทือกเขาภูแลนคา ที่นี่มี "น้ำตกตาดโตน" ซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียวกว้างราว 50 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร ไหลผ่านลานหินกว้าง มีน้ำตลอดทั้งปีและสวยที่สุดในหน้าฝน เหนือน้ำตกเป็นธารน้ำไหลบนลานหินยาวหลายร้อยเมตรที่เล่นน้ำได้ จุดเด่นอีกอย่างคือพื้นที่นี้ได้รับการรับรองเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky) เหมาะกับการดูดาว
อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดคือ "มอหินขาว" กลุ่มเสาหินและแท่งหินทรายขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านกลางทุ่งหญ้า จนได้ฉายาว่าเป็นสโตนเฮนจ์เมืองไทย เกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาตินับล้านปี เป็นภาพที่แปลกตาและหาดูได้ยากในภาคอีสาน
งานบุญเดือนหก ประเพณีใหญ่ของคนชัยภูมิ
ถ้าจะวัดว่าคนชัยภูมิรักเจ้าพ่อพญาแลแค่ไหน ให้มาดูในช่วง "งานประเพณีบุญเดือนหก" หรือที่รู้จักกันในชื่องานเจ้าพ่อพญาแล ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีราวปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม โดยยึดวันพุธแรกของเดือนหกตามจันทรคติเป็นวันสำคัญ ถือเป็นงานประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด
ภายในงานมีพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าพ่อ ขบวนแห่บายศรี การฟ้อนรำในชุดผ้าไหมและผ้าไทยสีเหลืองนับพันคน รวมถึงงานกาชาดและมหรสพที่จัดควบคู่กันไป บรรยากาศคึกคักตลอดหลายวัน เป็นโอกาสที่คนชัยภูมิทุกอำเภอกลับมารวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงผู้สร้างเมือง
ที่อำเภอบ้านเขว้ายังมีงานเฉลิมฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแลและงานบุญลอมข้าวใหญ่ ซึ่งผูกโยงกับการส่งเสริมผ้าไหมมัดหมี่ของท้องถิ่น ทำให้งานประเพณีของชัยภูมิไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม แต่ยังเป็นเวทีอวดภูมิปัญญาและงานหัตถกรรมไปพร้อมกัน
ผ้าไหมบ้านเขว้า หม่ำ และของฝากเมืองชัย
ของขึ้นชื่อที่สุดของชัยภูมิคือ "ผ้าไหมมัดหมี่บ้านเขว้า" จากอำเภอบ้านเขว้า ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนาน ลวดลายประณีต สีสันงดงาม หลายผลิตภัณฑ์ได้รับมาตรฐาน OTOP ระดับห้าดาว และส่งออกไปไกลถึงต่างประเทศ ใครมาเที่ยวมักแวะซื้อเป็นของฝากหรือชมการทอผ้าถึงแหล่งผลิต
ด้านของกินที่เป็นเอกลักษณ์คือ "หม่ำ" หรือหม่ำเนื้อ ไส้กรอกอีสานที่หมักจากเนื้อสัตว์บรรจุในกระเพาะหมูหรือไส้ ให้รสเปรี้ยวเค็มและกลิ่นหอมเฉพาะตัว นำไปย่างหรือทอดกินกับข้าวเหนียวก็อร่อย เป็นของฝากยอดนิยมติดไม้ติดมือกลับบ้าน
นอกจากนี้ชัยภูมิยังขึ้นชื่อเรื่องมะม่วงน้ำดอกไม้และมะม่วงแช่อิ่ม ซึ่งเป็นผลผลิตเกษตรสำคัญของจังหวัด รวมถึงสินค้าแปรรูปจากผลไม้และของพื้นเมืองอีกหลายอย่างที่หาซื้อได้ตามตลาดในตัวเมือง
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชัยภูมิแบ่งได้ชัดเจน ถ้าอยากเห็นทุ่งดอกกระเจียวต้องมาช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม ซึ่งเป็นหน้าฝน ดอกไม้บานพร้อมกับน้ำตกที่ไหลแรงสวยที่สุด ส่วนใครที่ชอบอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าโปร่งเหมาะแก่การดูดาวที่ตาดโตน แนะนำช่วงปลายฝนต้นหนาวราวพฤศจิกายน–มกราคม
ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมและความเป็นเมือง ให้เล็งช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ซึ่งตรงกับงานบุญเดือนหก จะได้เห็นทั้งขบวนแห่ การฟ้อนรำ และบรรยากาศงานวัดแบบอีสานเต็มรูปแบบในคราวเดียว
เกร็ดเล็กน้อยสำหรับนักเดินทาง ทุ่งดอกกระเจียวที่ป่าหินงามเปิดให้เข้าชมทุกวันราว 06.00–18.00 น. และมีบริการรถรางขึ้นไปยังจุดชมดอกไม้ การวางแผนล่วงหน้าเรื่องวันและสภาพอากาศจึงสำคัญมาก เพราะดอกกระเจียวบานเพียงปีละครั้งและบานอยู่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- เจ้าพ่อพญาแล (พระยาภักดีชุมพล) อพยพจากเวียงจันทน์ราว พ.ศ. 2360 มาตั้งเมืองชัยภูมิ และเป็นเจ้าเมืองคนแรก โดยปี พ.ศ. 2569 ครบรอบ 200 ปีการตั้งเมือง
- ทุ่งดอกกระเจียวอยู่ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต บนเทือกเขาพังเหย อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 105 ของไทย ดอกบานช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม
- น้ำตกตาดโตน ในอุทยานแห่งชาติตาดโตน บนเทือกเขาภูแลนคา กว้างราว 50 เมตร สูงราว 6 เมตร และเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky)
- มอหินขาว กลุ่มเสาหินทรายธรรมชาติกลางทุ่งหญ้า ได้ฉายา "สโตนเฮนจ์เมืองไทย"
- งานประเพณีบุญเดือนหก (งานเจ้าพ่อพญาแล) จัดราวปลายเมษายน–ต้นพฤษภาคม ยึดวันพุธแรกของเดือนหกตามจันทรคติ เป็นงานใหญ่ที่สุดของจังหวัด
- ของขึ้นชื่อ: ผ้าไหมมัดหมี่บ้านเขว้า (OTOP 5 ดาว ส่งออกต่างประเทศ), หม่ำเนื้อ และมะม่วงน้ำดอกไม้/มะม่วงแช่อิ่ม
