อำนาจเจริญ เมืองข้าวหอมโอชา ถิ่นเสมาพันปี เที่ยวอีสานเงียบสงบที่ซ่อนเสน่ห์
อำนาจเจริญเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคอีสานที่หลายคนมักขับรถผ่านเลยไปยังอุบลราชธานีหรือมุกดาหาร โดยไม่ทันได้แวะ ทั้งที่จริงแล้วเมืองนี้มีจังหวะชีวิตที่ช้า เงียบ และจริงใจแบบที่หาได้ยากขึ้นทุกที ถนนในตัวเมืองไม่พลุกพล่าน ตลาดเช้ายังขายข้าวเหนียวร้อน ๆ กับส้มตำปลาร้าแบบบ้าน ๆ และผู้คนก็ยิ้มทักทายคนแปลกหน้าอย่างไม่เคอะเขิน
สมญานามของจังหวัดคือ "เมืองข้าวหอมโอชา ถิ่นเสมาพันปี" ซึ่งบอกเล่าตัวตนของที่นี่ได้ครบในวลีเดียว ทั้งทุ่งข้าวหอมมะลิที่ทอดยาวสุดสายตา และร่องรอยอารยธรรมเก่าแก่นับพันปีที่ยังหลงเหลืออยู่ตามวัดวาอาราม อำนาจเจริญจึงเหมาะกับนักเดินทางที่อยากหนีความวุ่นวาย มาสูดอากาศ ทำบุญ และมองวิถีอีสานแบบที่ยังไม่ถูกการท่องเที่ยวกลืนกิน
แม้จะเพิ่งได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดเมื่อปี พ.ศ. 2536 แต่อำนาจเจริญมีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ลึกกว่านั้นมาก บทความนี้จะพาไปรู้จักเมืองนี้ตั้งแต่ที่มาของชื่อ พระคู่บ้านคู่เมือง วัดกลางป่า ไปจนถึงหมู่บ้านหมอลำและของกินที่ต้องลอง
จากบ้านค้อใหญ่ สู่จังหวัดที่ 75 ของไทย
ชื่อ "อำนาจเจริญ" เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาเขมร แปลตามตัวว่าอำนาจที่เจริญรุ่งเรือง เดิมทีบริเวณนี้คือบ้านค้อใหญ่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2401 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองอำนาจเจริญ และโปรดให้ท้าวจันทบุรบ (เสือ) เป็นเจ้าเมืองคนแรกในนาม พระอมรอำนาจ
หลังจากนั้นอำนาจเจริญเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานีมาอย่างยาวนาน กระทั่งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 จึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดอย่างเป็นทางการตามพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัด พร้อมกันกับหนองบัวลำภูและสระแก้ว ทำให้อำนาจเจริญกลายเป็นจังหวัดลำดับที่ 75 ของประเทศไทย โดยแยกอำเภออำนาจเจริญ ชานุมาน ปทุมราชวงศา พนา หัวตะพาน เสนางคนิคม และกิ่งอำเภอลืออำนาจ ออกมาตั้งเป็นจังหวัดใหม่
พระมงคลมิ่งเมืองและวัดถ้ำแสงเพชร สองหมุดหมายสายบุญ
แลนด์มาร์กที่ขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดคือ พระมงคลมิ่งเมือง พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานบนเขาดานพระบาท ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2508 เป็นพระพุทธรูปคอนกรีตเสริมเหล็ก หน้าตักกว้าง 11 เมตร สูงราว 20 เมตร จุดเด่นอยู่ที่พุทธลักษณะที่ได้รับอิทธิพลศิลปะแบบปาละจากอินเดียเหนือ ซึ่งแผ่เข้ามาสู่อีสานเมื่อกว่าพันปีก่อน บริเวณโดยรอบจัดเป็นพุทธอุทยาน มีสวนหย่อมและจุดชมวิวที่มองเห็นตัวเมืองได้กว้างไกล
อีกแห่งที่พลาดไม่ได้คือ วัดถ้ำแสงเพชร หรือชื่อเดิมว่า วัดศาลาพันห้อง ในอำเภอเมือง เป็นวัดสาขาของวัดหนองป่าพง สายปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อชา วัดตั้งอยู่ในบริเวณกว้างขวาง มีถ้ำขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปตามจุดต่าง ๆ และมีวิหารอยู่บนยอดเขาสูงที่ต้องเดินขึ้นบันได เปิดให้เข้าชมทุกวันราว 08.00-17.00 น. บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เหมาะกับการมานั่งสงบใจมากกว่าการเที่ยวเอาความคึกคัก
หมู่บ้านหมอลำนาปลาค้าว หัวใจวัฒนธรรมภูไท
ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมอีสานแบบมีชีวิต ต้องไปบ้านนาปลาค้าว ในอำเภอเมือง หมู่บ้านชาวภูไทที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีคณะหมอลำมากที่สุดในประเทศไทย จนได้รับการพัฒนาเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถชมการแสดงหมอลำ ฟังเสียงแคน และเรียนรู้วิถีชาวภูไทที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
ความเป็นเมืองพุทธของอำนาจเจริญยังสะท้อนผ่านงานประเพณีแห่เทียนพรรษาในช่วงเข้าพรรษา ที่ชาวบ้านร่วมกันหลอมเทียนเป็นต้นใหญ่ แกะสลักลวดลายไทยอย่างประณีต ตกแต่งด้วยผ้าไหม ดอกไม้สด และจัดขบวนแห่ด้วยชุดพื้นเมือง เป็นภาพสะท้อนความสามัคคีและฝีมือช่างพื้นถิ่นได้อย่างงดงาม
ข้าวหอมมะลิ ผ้าไหม และของฝากพื้นถิ่น
สมญา "เมืองข้าวหอมโอชา" ไม่ใช่คำพูดลอย ๆ เพราะอำนาจเจริญเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีของอีสาน ข้าวสารหอมมะลิจึงเป็นของฝากยอดนิยมที่นักเดินทางมักหิ้วกลับบ้าน นอกจากนี้ยังมีผ้าไหมและผ้าทอมือพื้นเมืองฝีมือชาวบ้านที่ลวดลายประณีตและราคาย่อมเยา
ด้านอาหารการกิน เมืองนี้คืออีสานแท้ ส้มตำ ลาบ ก้อย ปลาร้าบอง และข้าวเหนียวนุ่ม ๆ หากินได้ตามตลาดเช้าและร้านท้องถิ่นในราคาสบายกระเป๋า เสน่ห์ของการกินที่อำนาจเจริญอยู่ที่ความเป็นบ้าน ๆ จริงใจ ไม่ปรุงแต่งเอาใจนักท่องเที่ยว ทำให้รสชาติยังคงความเป็นต้นตำรับ
ช่วงเวลาน่าเที่ยวและเกร็ดน่ารู้
ช่วงที่เหมาะกับการมาเยือนอำนาจเจริญที่สุดคือฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการขึ้นเขาดานพระบาทและเดินป่าตามแหล่งธรรมชาติ ส่วนใครที่อยากเห็นทุ่งนาเขียวขจีและงานบุญพื้นถิ่น ช่วงเข้าพรรษาราวเดือนกรกฎาคมก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ
อำนาจเจริญอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีเพียงประมาณ 75 กิโลเมตร จึงนิยมเที่ยวควบคู่กันในทริปอีสานใต้ ด้วยความที่เป็นจังหวัดเล็กและยังไม่เป็นเมืองท่องเที่ยวกระแสหลัก ที่นี่จึงเหมาะกับนักเดินทางที่มองหาความสงบ ทำบุญ และอยากเห็นอีสานในแบบที่ยังเป็นตัวของตัวเอง
เกร็ดน่ารู้สำคัญ
- ยกฐานะเป็นจังหวัดลำดับที่ 75 ของไทยเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 แยกออกจากจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกับหนองบัวลำภูและสระแก้ว
- มีสมญานามว่า "เมืองข้าวหอมโอชา ถิ่นเสมาพันปี" ชื่อจังหวัดเป็นคำยืมจากภาษาเขมร แปลว่าอำนาจที่เจริญรุ่งเรือง
- พระมงคลมิ่งเมือง พระคู่เมือง สร้างปี พ.ศ. 2508 ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 11 เมตร สูงราว 20 เมตร ศิลปะอิทธิพลปาละ ประดิษฐานบนเขาดานพระบาท
- วัดถ้ำแสงเพชร (วัดศาลาพันห้อง) เป็นวัดสาขาของวัดหนองป่าพง สายปฏิบัติธรรมหลวงพ่อชา มีถ้ำใหญ่และวิหารบนยอดเขา
- บ้านนาปลาค้าวเป็นหมู่บ้านชาวภูไทที่มีคณะหมอลำมากที่สุดในประเทศไทย พัฒนาเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
- เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดี และอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีราว 75 กิโลเมตร
